fbpx

Ulthera VS.HIFU
เราเชื่อว่าผู้หญิงหลายคนในวัย 30 กว่า สงสัยข้างต้นเหมือนกัน จึงอยากมาแชร์จากประสบการณ์ตรงให้ฟัง ปัญหาของวัยเราๆ คือวันหนึ่งก็ตื่นมาพบว่าทำอะไรทุกอย่างเหมือนเดิม เช่น นอน 6 ชั่วโมง ดื่มน้ำ ออกกำลัง ทาครีมทุกวัน กันแดดก็ทา แต่เอ๊ะทำไมเช้าวันนี้ใบหน้าฉันไม่เหมือนเดิม ทำไมรอยหมอนยับมันไม่หายก่อนถึงที่ทำงานเหมือนที่ผ่านมา คำตอบก็คือวัยล้วนๆค่ะ ระบบเซลล์ผิวก็เสื่อมไปบ้างตามเวลา

จุดนี้ในวัย 30 กว่าเราค้นพบว่าการพึ่งแพทย์ผิวหนังสักนิดน่าจะดี ส่วนตัวไม่เคยโบทอกซ์  ฟิลเลอร์ใดๆ และห่างเหินเลเซอร์หน้าใสมาได้สัก 2 ปีแล้ว แต่คอยปรึกษาคุณหมอมาเรื่อยๆตั้งแต่วัย 30 ว่าควรจะทำอะไรบ้างหรือยัง เพราะรู้สึกว่าช่วงตาตกๆ แก้ม คาง ดูมีเหนียงแล้ว แต่คุณหมอบอกว่ายังพอไหว จึงชะลอไว้ก่อน แต่มาปีนี้ในวัย 30 กลางๆแล้ว เราว่าไม่ไหว จึงเริ่มหาข้อมูลเรื่อง Hifu และ Ulthera ดู เพราะเห็นเพื่อนไปทำมาหลายคนแล้ว บอกว่าลิฟต์ดี

หลังหาข้อมูลสรุปตามที่เข้าใจ ทั้งสองมีความเหมือนคือ

-เป็นการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ที่ลงถึงระดับชั้นผิว smas ชั้นลึกสุด ที่มีผลต่อความกระชับและหย่อนคล้อยของผิว

-ให้ผลยกกระชับใบหน้า และกระตุ้นคอลลาเจน

-ไม่ใช่การผ่าตัด หลังทำไม่มีดาวน์ไทม์ ไม่บวมช้ำ

แต่ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ระดับพลังงาน และความรู้สึกขณะทำ ราคา คือ

-ระดับพลังงานของ Ulthera จะสูงกว่า ให้ผลชัดเจน

-ส่งผลให้ก่อนทำต้องใช้ยาชาทาก่อนเพื่อกันความเจ็บ

-ราคา Ulthera จะแรงกว่า

-ผลของ Ulthera จะยืนยาวกว่า (ทั้งสองแล้วแต่สภาพผิวทุนเดิมที่มีมา และการดูแลด้วย)

-ส่วนในเรื่องเทคโนโลยี Ulthera จะมีส่วนหน้าจอสแกนชั้นผิวหนังได้จริง real-time เหมือนเวลาเราไปตรวจอัลตราซาวด์มดลูกตั้งครรภ์แล้วสแกนให้เห็นมดลูกยังไงอย่างงั้น ส่วนเทคโนโลยีพิเศษนี้ที่มีเฉพาะใน ulthera ทำให้หมอยิงพลังงานได้ถูกชั้นจริงๆที่ต้องการจะยกหน้า
โดยรวมสรุปว่า Hifu เป็นระดับเบาๆน้องๆ ของ Ulthera แต่ผลก็จะไม่ยืนยาวเท่า เหมาะกับคนไม่ค่อยมีปัญหาหนักมาก เราเองก็แอบคิดอยู่นานจนได้ปรึกษากับคุณหมอสมพงษ์ Dsclinic คุณหมอวิเคราะห์ผิวว่า “สภาพพื้นผิวโอเค แต่โครงหน้าหย่อนคล้อยไปบ้าง ดูไม่เรียว และมีเหนียงมาแล้ว ก็สามารถทำได้ทั้ง Hifu และ Ulthera” แต่ติดที่เราติดตรงงบประมาณเอามากๆ วันนึงเื่อเรามาพร้อมเราจะกลับมาหาเธอนะ “อัลเธอร่า” จึงสรุปมาเป็น Hifu ตอบโจทย์ที่สุด แต่ถ้าสำหรับคนที่ปัญหาเยอะหน่อย ไม่อยากแก่ อยากเห็นผลนานๆ สู้ราคาไหว อยากทุ่มทุนทีเดียว และอยากได้ผลลัพธ์ที่แตกกต่าง ขี้เกียจมาทำบ่อยๆ ตัว Ulthera ก็จะเหมาะกว่า

แล้วพอได้ลองจริงๆ ระหว่างทำรู้สึกเพียงความอุ่นๆที่ผิว ช่วงหน้าผากที่เนื้อติดกระดูกจะเจ็บนิดหน่อย แต่ทนได้ ทำไปสัก 5 นาทีก็เพลินๆคุ้นชิน เริ่มหายเกร็ง ส่วนหลังทำเสร็จฟีลได้เลยว่าผิวแน่นขึ้น กรอบหน้าชัดขึ้น ผิวใต้ตาอิ่มฟูขึ้น พอผ่านมาสักวีก จากปกติใช้ครีมบำรุงนับสิบขั้นตอน ได้ลดทอนไปกว่าครึ่ง พอผ่านไปได้สัก 3-4 เดือนก็รู้สึกว่ามันดูไม่ฟูเท่าเดือนแรกๆแล้ว ผลก็คงลดน้อยลงไปบ้างอาจจะเหลือ 80% ประกอบกับเป็นช่วงงานหนัก พักผ่อนน้อยด้วย ก็เลยกลับมาอัดครีมบำรุงเพิ่ม มาส์กเพิ่มโดยใช้ overnight mask ทุกวันเลย แต่พอเทียบสภาพผิวกับโครงหน้าโดยรวมก็ยังดีกว่าตอนไม่ได้ทำค่ะ

Note:
Hifu Treatment เป็น single treatment ผลการรักษาคงอยู่ได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน –1 ปี ขึ้นกับคุณภาพผิวและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล ทั้งนี้สามารถ touch-up ได้ทุกๆ 12-24 สัปดาห์  (ราคาเริ่มประมาณ 8900 บาท แล้วแต่จำนวนช็อต)
Ulthera ราคาเริ่มต้้น lineละ 180 บาท
โปรแกรมแนะนำยกกรอบหน้า ยกแก้ม กระชับหน้าและคอ จำนวน 400 line ราคา 49,000 บาท 
โปรแกรมยกหางตา เริ่มต้นที่ 100 line ราคา 13,900 บาท

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Call Now Buttonสอบถามโทร 087-528-2442