ฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนให้ตรงปัญหา

แพทย์อธิบายความต่างระหว่างฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์ให้คนไข้

“อยากหน้าเด็กลง ควรฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์ดี?” เป็นคำถามที่หมอได้ยินแทบทุกวัน สองอย่างนี้มักถูกพูดถึงคู่กันจนหลายคนคิดว่าเป็นของอย่างเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้ว ฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์ต่างกันตั้งแต่ตัวสาร วิธีทำงาน ไปจนถึงปัญหาที่แก้ได้ ถ้าเลือกผิด ผลที่ได้ก็จะไม่ตรงกับที่ต้องการ

จำง่าย ๆ: โบท็อกซ์ = ลดการขยับของกล้ามเนื้อ · ฟิลเลอร์ = เติมส่วนที่ยุบหรือขาดหายไป
ตารางเปรียบเทียบ ฟิลเลอร์ vs โบท็อกซ์
โบท็อกซ์ (Botox)ฟิลเลอร์ (Filler)
ตัวสารBotulinum Toxin Type Aไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) เป็นส่วนใหญ่
ทำงานอย่างไรคลายกล้ามเนื้อที่หดตัวเติมปริมาตรใต้ผิว
เหมาะกับริ้วรอยตอนขยับหน้า, กรามใหญ่ร่องลึก, จุดที่ยุบ, เสริมโครงหน้า
เห็นผล3–7 วัน (ริ้วรอย), ~2 สัปดาห์ (กราม)เห็นทันทีหลังฉีด
อยู่ได้ประมาณ 4–6 เดือนประมาณ 6–12 เดือนหรือนานกว่า
แก้ไขได้ไหมรอให้ยาหมดฤทธิ์เองHA สลายได้ด้วยเอนไซม์ที่แพทย์ฉีด
โบท็อกซ์เหมาะกับปัญหาแบบไหน

โบท็อกซ์เหมาะกับ ริ้วรอยที่เกิดตอนขยับหน้า (Dynamic wrinkles) คือรอยที่ชัดเวลายิ้ม ขมวดคิ้ว หรือเลิกคิ้ว เพราะต้นเหตุคือกล้ามเนื้อที่หดตัวซ้ำ ๆ

  • ริ้วรอยหน้าผาก
  • ริ้วรอยหางตา (ตีนกา)
  • ริ้วรอยระหว่างคิ้ว
  • กรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ อยากหน้าเรียวขึ้น

อ่านต่อ: โบท็อกซ์กี่วันเห็นผล อยู่ได้กี่เดือน

ฟิลเลอร์เหมาะกับปัญหาแบบไหน

ฟิลเลอร์เหมาะกับ ปัญหาที่เห็นแม้หน้านิ่ง คือร่องหรือจุดที่ยุบลงตามวัย หรือส่วนที่อยากเสริมให้โครงหน้าสมดุลขึ้น

  • ร่องแก้ม (ร่องจมูก-ปาก)
  • คางสั้นหรือคางถอย
  • ริมฝีปากบาง
  • ร่องใต้ตา ในกรณีที่แพทย์ประเมินว่าเหมาะสม
ทดสอบตัวเองง่าย ๆ ควรเริ่มจากอะไร

ลองส่องกระจกแล้ว ทำหน้านิ่ง ถ้าริ้วรอยหายหรือจางลงมาก แปลว่าเป็นรอยจากการขยับกล้ามเนื้อ มักเหมาะกับโบท็อกซ์ แต่ถ้าหน้านิ่งแล้วยังเห็นร่องชัด แปลว่าเริ่มมีการยุบตัวของเนื้อเยื่อ มักต้องใช้ฟิลเลอร์

หลายคนเป็นทั้งสองแบบ เช่น ริ้วรอยหน้าผากตอนเลิกคิ้ว และร่องแก้มลึก แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน เพื่อให้ผลดูเป็นธรรมชาติ

การทดสอบนี้เป็นแค่แนวทางเบื้องต้น การเลือกตำแหน่งและปริมาณที่เหมาะสมต้องให้แพทย์ประเมินโครงหน้าจริงทุกครั้ง
ความปลอดภัย: สิ่งที่ต้องเช็กทั้งฟิลเลอร์และโบท็อกซ์
  • ฉีดโดยแพทย์ในสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาต
  • ขอดูกล่องผลิตภัณฑ์ ชื่อยี่ห้อ และเลขทะเบียน อย. ก่อนทำทุกครั้ง และให้แพทย์เปิดผลิตภัณฑ์ต่อหน้า (วิธีเช็กโบท็อกซ์แท้)
  • แจ้งประวัติแพ้ยา โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ให้แพทย์ทราบ
  • หลังฉีดถ้ามีอาการผิดปกติ ติดต่อคลินิกทันที

ดูรายละเอียดโปรแกรมได้ที่ โปรแกรมโบท็อกซ์ และ โปรแกรมฟิลเลอร์ ส่วนราคาล่าสุดดูได้ที่ หน้าโปรโมชัน

คำถามที่พบบ่อย
Qฟิลเลอร์กับโบท็อกซ์ต่างกันอย่างไร?
โบท็อกซ์ลดการหดตัวของกล้ามเนื้อ เหมาะกับริ้วรอยที่เกิดตอนขยับหน้าและกรามใหญ่ ส่วนฟิลเลอร์เติมปริมาตรใต้ผิว เหมาะกับร่องลึก จุดที่ยุบ และการเสริมโครงหน้า
Qอันไหนเห็นผลเร็วกว่า?
ฟิลเลอร์เห็นผลทันทีหลังฉีด ส่วนโบท็อกซ์ลดริ้วรอยเริ่มเห็นผล 3–7 วัน และลดกรามประมาณ 2 สัปดาห์
Qอันไหนอยู่ได้นานกว่า?
ฟิลเลอร์โดยทั่วไปอยู่ได้ประมาณ 6–12 เดือนหรือนานกว่า ขึ้นกับชนิดและตำแหน่ง ส่วนโบท็อกซ์อยู่ได้ประมาณ 4–6 เดือน
Qฉีดฟิลเลอร์และโบท็อกซ์พร้อมกันได้ไหม?
ได้ในหลายกรณี เพราะแก้ปัญหาคนละแบบ แพทย์จะประเมินและวางแผนตำแหน่งให้เหมาะกับแต่ละคน
Qถ้าฉีดฟิลเลอร์แล้วไม่ชอบ แก้ได้ไหม?
ฟิลเลอร์ชนิดไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) สลายได้ด้วยเอนไซม์ที่แพทย์เป็นผู้ฉีด ควรรับการประเมินจากแพทย์ก่อนทุกครั้ง
ปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ
DS Clinic (คลินิกหมอดาวใจ–หมอสมพงษ์) สาขาอุดรธานี (Prime Square) และสาขาสกลนคร
ดูแลผิวโดยแพทย์มากกว่า 18 ปี
LINE @dsclinic โทร 087-528-2442

ดูแลโดยแพทย์

นพ.สมพงษ์ วงศ์โลหะภัณฑ์ เลขที่ใบอนุญาต ว.30071

พญ.ดาวใจ ตรันเจริญรุ่งเรือง เลขที่ใบอนุญาต ว.31840

ดูแลผู้รับบริการด้านผิวหนังและความงามตั้งแต่ปี 2008 (กว่า 18 ปี) · DS Clinic อุดรธานี – สกลนคร · ทำความรู้จักแพทย์

สอบถามโทร 087-528-2442