Ultherapy กี่ช็อตถึงเห็นผล? เจาะลึกจำนวน Lines มาตรฐาน และความลับที่คลินิกไม่เคยบอกคุณ
ในวงการนวัตกรรมยกกระชับผิวที่ “ไม่ต้องผ่าตัด” (Non-Invasive) คงไม่มีใครไม่รู้จัก Ultherapy หรือที่เรียกติดปากว่า Ulthera (อัลเทอร่า) ค่ะ
แม้จะเป็นเทคโนโลยีที่มีมานาน แต่ยังคงครองตำแหน่ง “Gold Standard” ในการยกกระชับผิวและกระตุ้นคอลลาเจนเสมอมา
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่สร้างความปวดหัวให้กับผู้ที่กำลังหาข้อมูลคือเรื่องของ “จำนวนช็อต (Lines)” บางคนไปปรึกษาที่แรกบอก 300 Lines อีกที่บอก 800 Lines
จนเกิดคำถามว่า “สรุปแล้วต้องทำกี่ช็อตถึงจะเห็นผลจริง?” วันนี้เราจะมาถอดรหัสเรื่องนี้ให้กระจ่างในบทความเดียวค่ะ
ทำความเข้าใจ: 1 Line ของ Ultherapy คืออะไร?
หลายคนเข้าใจผิดว่า 1 Line คือการยิง 1 ครั้ง (Shot) เหมือนเลเซอร์หน้าใสทั่วไป
แต่ในความเป็นจริง 1 Line ของ Ultherapy คือ เส้นพลังงานความร้อนที่เกิดจากจุดโฟกัสเล็กๆ เรียงต่อกันประมาณ 17-25 จุด
ซึ่งจะถูกปล่อยออกมาในแนวเส้นตรงยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตร
พลังงานนี้คือคลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความเฉพาะเจาะจง (Micro-Focused Ultrasound)
โดยเครื่อง Ultherapy แท้จะมีหน้าจอแสดงผลแบบ Real-time Visualization
ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวหนังของคุณได้ลึกถึง 4.5 มม. (ชั้น SMAS) และยิงพลังงานลงไปได้อย่างแม่นยำทุก Line นั่นเองค่ะ
เจาะลึกจำนวน Lines มาตรฐาน: พื้นที่ไหนใช้เท่าไหร่?
การกำหนดจำนวน Lines ไม่ได้มีสูตรตายตัว
แต่มี “Standard Protocol” ที่ทั่วโลกยอมรับเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ในการยกกระชับอย่างมีนัยสำคัญ ดังนี้
บริเวณรอบดวงตา (Eye Lift) | 100 - 200 Lines
ผิวบริเวณรอบดวงตามีความบอบบางและบางกว่าส่วนอื่น
การยิง Ultherapy จะใช้หัวความลึก 1.5 มม. เพื่อยกคิ้วที่ตกให้โก่งขึ้น ลดรอยตีนกา และทำให้ดวงตาที่ดูเศร้าดูสดใสขึ้นทันที
บริเวณแก้มและกรอบหน้า (Lower Face & Jawline) | 300 - 500 Lines
นี่คือจุดที่คนไข้กังวลมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแก้มห้อย ร่องแก้มลึก หรือกรอบหน้าไม่ชัด
การยิงในบริเวณนี้จะใช้หัว 4.5 มม. เพื่อเย็บชั้น SMAS ให้ตึง และหัว 3.0 มม. เพื่อกระชับชั้นไขมันและผิวชั้นกลาง หากยิงน้อยกว่า 300 Lines
มักจะไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยปานกลาง
บริเวณเหนียงและใต้คาง (Double Chin) | 100 - 200 Lines
สำหรับคนที่มี “คางสองชั้น” พลังงานจะเข้าไปช่วยสลายไขมันส่วนเกินและดึงเนื้อที่หย่อนใต้คางให้ขยับขึ้นไปชิดกระดูกกรามมากขึ้น
บริเวณลำคอ (Neck) | 200 - 300 Lines
ปัญหาคอเหี่ยวเป็นวงหรือผิวคอหย่อนคล้อย (Turkey Neck) สามารถแก้ไขได้ด้วย Ultherapy โดยจะเน้นการเก็บรายละเอียดตามแนวขวางของลำคอ
ทั่วใบหน้าและลำคอ (Full Face & Neck) | 800 - 1,000+ Lines
นี่คือจำนวนที่แพทย์แนะนำสำหรับผู้ที่มีอายุ 35-40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเสมือนการดึงหน้าโดยไม่ผ่าตัด
การยิงครอบคลุมทั่วหน้าและคอจะช่วยให้แรงยกจากทุกส่วนประสานกัน ส่งผลให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ
Lorem ipsum dolor sit amet...
นี่คือความลับที่ต้องรู้ค่ะ! การยิง Ultherapy เปรียบเสมือนการ “เย็บผ้า”
หากคุณต้องการดึงผ้าผืนใหญ่ให้ตึง แต่คุณใช้ด้ายเย็บเพียง 2-3 จุด ผ้าก็จะยังคงหย่อนอยู่ดี
การยิงที่เรียกว่า Therapeutic Dose หรือ “ปริมาณที่เพียงพอต่อการรักษา” คือหัวใจสำคัญ หากคลินิกจัดโปรโมชั่น 100-200 Lines ทั่วใบหน้า
พลังงานที่กระจายตัวเบาบางเกินไปจะไม่สามารถสร้าง “แนวตาข่าย” ที่แข็งแรงพอจะต้านทานแรงโน้มถ่วงได้ ผลที่ตามมาคือ
- หน้าดูเหมือนเดิม ไม่ยกขึ้น
- ผลลัพธ์อยู่ได้สั้นเพียง 1-2 เดือน (จากที่ควรได้ 1 ปี)
- เสียเงินซ้ำซ้อน เพราะสุดท้ายต้องกลับมาทำใหม่ด้วยจำนวนช็อตที่มากขึ้น
ปัจจัยส่วนบุคคลที่ส่งผลต่อจำนวน Lines
ไม่ใช่ทุกคนที่เดินเข้าคลินิกแล้วจะได้จำนวน Line เท่ากัน แพทย์จะพิจารณาจาก 4 ปัจจัยหลัก
1. อายุและสภาพผิว: คนวัย 50 ปีที่มีการสลายตัวของคอลลาเจนมาก ย่อมต้องใช้จำนวน Lines มากกว่าคนวัย 30 ปี
2.โครงสร้างรูปหน้า: คนที่มีรูปหน้าใหญ่หรือกรามกว้าง มีพื้นที่ผิวมากกว่าคนหน้าเล็ก จึงต้องการ Lines ที่ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า
3.ปริมาณไขมันชั้นแก้ม: หากมีไขมันเยอะ พลังงานต้องทำงานหนักขึ้นในการกระชับชั้นผิวให้เข้าที่
4.ไลฟ์สไตล์: คนที่สูบบุหรี่หรือพักผ่อนน้อย มักจะมีคุณภาพผิว (Skin Quality) ที่เสื่อมสภาพเร็วกว่า ทำให้ต้องใช้พลังงานสูงขึ้นเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน
ความรู้สึกระหว่างทำ และการดูแลตัวเองหลังทำ
เจ็บไหม? เป็นคำถามยอดฮิต
ความรู้สึกระหว่างทำจะเหมือนมีหนามเล็กๆ จิ้มลงไปบนผิว หรือมีความร้อนลึกๆ ใต้ผิวหนัง ปัจจุบันเครื่อง Ultherapy รุ่นใหม่มีการปรับปรุงให้สบายผิวขึ้น และการแปะยาชา 45-60 นาทีจะช่วยให้ทำได้อย่างสบายๆ ค่ะ
การพักฟื้น
Ultherapy คือหัตถการประเภท “Lunchtime Peel” คือทำเสร็จแล้วกลับไปทำงานหรือแต่งหน้าได้ทันที
อาจมีอาการบวมเล็กน้อย (Mild Edema) หรือกดแล้วระบมใต้ผิวประมาณ 1-2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าพลังงานกำลังทำงานใต้ชั้นผิวค่ะ
ทำน้อยกว่าที่แนะนำได้ไหม? ทำไมบางคลินิกจัดโปรฯ 100 Lines ทั่วหน้า?
นี่คือ Red Flag หรือจุดที่ต้องระวังเลยค่ะ! การทำ Ultherapy จำนวนช็อตที่น้อยเกินไป (Under-dose) จะส่งผลดังนี้
- เห็นผลไม่ชัดเจน: พลังงานไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้ทั่วถึง
- ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นาน: ปกติ Ultherapy อยู่ได้ 1-1.5 ปี แต่ถ้าทำน้อยเกินไป อาจอยู่ได้เพียง 3-4 เดือน
- สิ้นเปลืองงบประมาณ: แม้ราคาต่อครั้งจะถูก แต่ถ้าไม่เห็นผล ก็เท่ากับเสียเงินฟรีค่ะ
Tip: การทำ Ultherapy ไม่ใช่การ “สาด” จำนวนช็อตให้เยอะเข้าว่า แต่คือการวางแผนโดยแพทย์เพื่อใช้พลังงานให้ตรงจุดที่สุด
สรุป
ทำ Ultherapy กี่ช็อตถึงจะคุ้มค่าที่สุด?
คำตอบที่แท้จริงคือ “จำนวนที่แพทย์ประเมินแล้วว่าครอบคลุมพื้นที่ปัญหาของคุณ”
โดยเฉลี่ยสำหรับคนเอเชียที่มีความหย่อนคล้อยเริ่มต้น 400 – 600 Lines คือจุดคุ้มทุน (Sweet Spot) ที่จะเห็นการยกกระชับที่ชัดเจนและอยู่ได้นานเกิน 1 ปี
การทำน้อย Line เกินไปอาจดูเหมือนประหยัด แต่ถ้าไม่เห็นผลก็นับเป็นการจ่ายที่แพงที่สุด ในขณะที่การทำจำนวน Line มากเกินความจำเป็น (Over-dose) ก็อาจทำให้หน้าดูตอบเกินไปได้เช่นกัน
ดังนั้น การเลือกคลินิกที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบรูปหน้า (Facial Design) จึงสำคัญไม่แพ้ตัวเครื่องเลยค่ะ
อยากรู้ไหมว่าหน้าของคุณต้องใช้กี่ Lines?
อย่าเพิ่งตัดสินใจจากแค่ราคาโปรโมชั่น! เข้ามาปรึกษาและให้คุณหมอช่วยประเมินรูปหน้าผ่านหน้าจอ Ultherapy ของแท้ได้ฟรี เพื่อให้คุณมั่นใจว่าจะได้รับจำนวน Lines ที่คุ้มค่าและเห็นผลที่สุด
