นวัตกรรมที่ช่วย ยกกระชับผิว ต้อง “Oligio”

นวัตกรรมยกกระชับผิว ต้อง Oligo

 

 

DS CLINIC | บทความสุขภาพผิว
Oligio คืออะไร? ยกกระชับ ลดเหนียง
โดยไม่ต้องพึ่งเข็ม ทำได้จริงไหม?
รวมข้อมูลเชิงลึกจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Aesthetic Medicine — เรื่องที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ Oligio

📋 สารบัญบทความ
▸ Oligio คืออะไร
▸ กลไกการทำงาน (วิทยาศาสตร์เบื้องหลัง)
▸ ข้อดีของ Oligio
▸ เหมาะกับใคร
▸ ทำได้บริเวณไหนบ้าง
▸ ผลลัพธ์ที่คาดได้ & อยู่ได้นานแค่ไหน
▸ อันตรายไหม? ผลข้างเคียง
▸ เปรียบเทียบ Oligio vs Thermage vs HIFU
▸ ดูแลตัวเองอย่างไรหลังทำ
▸ คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Oligio คืออะไร?

Oligio คือเครื่องยกกระชับผิวและสลายไขมันใต้ผิวหนังรุ่นใหม่ ที่ใช้พลังงาน Monopolar Radiofrequency (RF) ความถี่ 6.78 MHz พัฒนาโดยบริษัท Wontech จากประเทศเกาหลี ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก FDA ของไทย สหรัฐอเมริกา ยุโรป และเกาหลี

แตกต่างจากเครื่อง RF รุ่นเก่าตรงที่ Oligio มีระบบ เซนเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิแบบ Real-time และ Cooling System ที่ปล่อยความเย็นที่หัว Tip โดยตรง ทำให้ผิวชั้นบนได้รับการปกป้อง ขณะที่ความร้อนลงลึกถึงชั้น Dermis และชั้นไขมัน (Subcutaneous fat) ได้อย่างแม่นยำ

💡 ข้อมูลเบื้องต้น Oligio
เทคโนโลยี:Monopolar RF 6.78 MHz
ผู้ผลิต:Wontech Co., Ltd. เกาหลีใต้
การรับรอง:FDA ไทย / US FDA / CE Europe / KFDA Korea
เวลาทำหัตถการ:20–30 นาที (ไม่ต้องทายาชา)
เห็นผลทันที:20–30% หลังทำ / ผลเต็มที่ใน 2–3 เดือน
ผลลัพธ์อยู่ได้:6–12 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลผิว

กลไกการทำงาน — วิทยาศาสตร์เบื้องหลัง Oligio

คลื่น Monopolar RF ของ Oligio ทำงานโดยการส่งพลังงานผ่านเนื้อเยื่อผิวหนัง ทำให้เกิด ความร้อนเชิงลึกในช่วง 40–60°C ที่ชั้น Dermis และ Subcutaneous fat กระบวนการนี้กระตุ้นให้เกิด:

1
การหดตัวของคอลลาเจนทันที (Immediate Collagen Contraction)
เมื่อเส้นใยคอลลาเจน Triple Helix ได้รับความร้อน จะเกิดการหดตัวและจัดเรียงใหม่อย่างรวดเร็ว — นี่คือเหตุผลที่หน้ายกขึ้นได้เห็นผลทันทีหลังทำ 20–30%

2
การสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis)
ความร้อนกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ให้ผลิต Collagen Type I และ Type III รวมถึง Elastin ใหม่ กระบวนการนี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง 1–3 เดือนหลังทำ ทำให้ผิวแน่นและยืดหยุ่นขึ้นเรื่อยๆ

3
การสลายไขมันใต้ผิว (Subcutaneous Fat Reduction)
คลื่น RF ส่งพลังงานถึงชั้น Subcutaneous fat โดยตรง กระตุ้นกระบวนการ Lipolysis ทำให้เซลล์ไขมันสลายตัวอย่างเป็นธรรมชาติ เหนียงยุบ แก้มเล็กลง กรอบหน้าชัดขึ้น

4
ระบบป้องกันผิวชั้นบน (Skin Surface Protection)
Cooling System ปล่อยความเย็นที่หัว Tip ตลอดเวลา พร้อม Temperature Sensor ตรวจจับอุณหภูมิแบบ Real-time ถ้าร้อนเกินกำหนดเครื่องจะหยุดอัตโนมัติ — ผิวจึงไม่เบิร์น ไม่แสบ ไม่มีแผล

ข้อดีของ Oligio ที่แตกต่างจากเครื่องรุ่นเก่า
ข้อดีรายละเอียด
🔒 ปลอดภัย ไม่เบิร์นผิวTemperature Sensor + Cooling System ทำงานร่วมกัน ป้องกันผิวไหม้โดยอัตโนมัติ
⚡ รวดเร็ว ใช้เวลาแค่ 20–30 นาทีเร็วกว่าเครื่อง RF รุ่นเก่า 20% ไม่ต้องเสียเวลาทายาชา
✅ ไม่ต้องพักฟื้น ใช้ชีวิตปกติได้ทันทีแต่งหน้าได้เลย ออกกำลังกายได้ ทานยาโรคประจำตัวได้ตามปกติ
💧 ไม่ต้องฉีด ไม่กลัวเข็มเหมาะสำหรับคนที่กังวลเรื่องการฉีดยาหรืออยากหลีกเลี่ยง downtime
🎯 ยกกระชับ + สลายไขมัน ในครั้งเดียวแก้ปัญหา 2 ชั้นพร้อมกัน — ทั้งผิวหย่อนคล้อยและไขมันสะสม
🔄 แบ่งทำได้ ไม่มีข้อจำกัดเรื่อง Tipหัว Tip รุ่นใหม่ไม่มีข้อจำกัดด้านเวลาและจำนวนช็อต แบ่งทำได้ตามต้องการ

Oligio เหมาะกับใคร?

Oligio เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะกลุ่มที่มีปัญหาดังนี้:

✔ ผิวหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น✔ มีไขมันสะสมบริเวณแก้ม เหนียง คอ
✔ อยากหน้าเรียว V-Shape โดยไม่ผ่าตัด✔ กลัวเข็ม หรือไม่อยากฉีดสารกระตุ้น
✔ ไม่มีเวลาพักฟื้น ต้องใช้ชีวิตปกติได้ทันที✔ มีริ้วรอยจางๆ รอบดวงตา หรือหางตาตก
✔ ต้องการกระตุ้นคอลลาเจน ชะลอวัยระยะยาว✔ ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ต้องการกรอบหน้าชัด Jawline เด่น

⚠️ ผู้ที่ไม่ควรทำ Oligio
• ผู้ที่ตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร
• ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Pacemaker)
• ผู้ที่มีโลหะหรือร้อยไหมชนิดโลหะในบริเวณที่จะทำ
• ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบการแข็งตัวของเลือด
• ผู้ที่เพิ่งผ่าตัดบริเวณใบหน้า (ควรเว้น 6 เดือน–1 ปี)
• ผู้ที่มีโรคผิวหนังอักเสบ หรือแผลเปิดในบริเวณที่จะทำ

Oligio เหมาะกับใคร
ทำ Oligio ได้บริเวณไหนบ้าง?

Oligio มีหัว Tip ออกแบบมาสำหรับหลายบริเวณ รวมถึงจุดเล็กๆ รอบดวงตา ทำให้ครอบคลุมปัญหาได้รอบด้าน:

บริเวณผลลัพธ์ที่คาดได้จำนวนช็อตแนะนำ
ใบหน้าทั้งหน้ากระชับผิว ลดริ้วรอยจาง กระตุ้นคอลลาเจน600+ shots
แก้ม / กระเปาะแก้มยกแก้ม ลดความหย่อน หน้าเรียวขึ้น300–600 shots
เหนียง / ใต้คางลดไขมันเหนียง กรอบหน้าชัด Jawline เด่น600–900 shots
ลำคอยกกระชับคอ ลดเส้นคอ ผิวคอเต่งตึง300-600 shots
รอบดวงตา / หางตาลดถุงใต้ตา หางตาไม่ตก ลดริ้วรอยรอบตาตามที่แพทย์ประเมิน
ต้นแขน / ท้องแขนลดไขมันแขน กระชับผิวหลังลดน้ำหนักตามที่แพทย์ประเมิน

ผลลัพธ์ที่คาดได้ — ทำ Oligio แล้วอยู่ได้นานแค่ไหน?

ผลลัพธ์ของ Oligio เกิดขึ้นเป็น 2 ระยะ ซึ่งสอดคล้องกับกลไกทางชีวเคมีของการสร้างคอลลาเจน:

ระยะเวลาสิ่งที่เกิดขึ้น
ทันทีหลังทำเห็นผลยกกระชับ 20–30% จากการหดตัวของคอลลาเจนเดิม
1–3 เดือนผลลัพธ์ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ขณะที่ Fibroblast สร้างคอลลาเจนใหม่
3–6 เดือนผลเต็มที่ หน้าเรียว ผิวกระชับ กรอบหน้าชัดที่สุด
6–12 เดือนผลอยู่ได้ถึง 6–12 เดือน แนะนำทำกระตุ้นซ้ำทุก 6 เดือน

เปรียบเทียบ Oligio vs Thermage vs HIFU vs Ultraformer

เครื่องยกกระชับแต่ละรุ่นใช้เทคโนโลยีต่างกัน เหมาะกับผิวและปัญหาที่ต่างกัน แพทย์ DS CLINIC สรุปให้เข้าใจง่ายดังนี้:

เครื่องเทคโนโลยีความร้อนที่ผิวสลายไขมันDowntime
Oligio ⭐Monopolar RF 6.78 MHz40–60°C (ควบคุมอัตโนมัติ)✔ ได้ไม่มี
Thermage FLXMonopolar RF (รุ่นเก่า)สูงกว่า / ไม่มี Sensor— จำกัดน้อย
Ulthera / HIFUFocused Ultrasound (HIFU)60–70°C (สูง)— ไม่ได้ปานกลาง
Ultraformer IIIFocused Ultrasoundสูง (SMAS layer)— ไม่ได้น้อย–ปานกลาง
💡 ความเห็นจากแพทย์ DS CLINIC
สำหรับผู้ที่ต้องการ ยกกระชับพร้อมลดไขมัน ในครั้งเดียว Oligio ตอบโจทย์ได้ดีที่สุดในกลุ่มนี้ แต่ถ้าต้องการยกกระชับชั้น SMAS ลึกมากหรือมีผิวหย่อนมาก การทำ Oligio ร่วมกับ Ultraformer จะให้ผลลัพธ์ที่ดีและครอบคลุมกว่า แพทย์ DS CLINIC จะประเมินผิวและแนะนำแผนการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคล

Oligio อันตรายไหม? ผลข้างเคียงที่ควรรู้

Oligio เป็นหัตถการที่ปลอดภัยสูง เมื่อทำโดยแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมและใช้เครื่องแท้จากบริษัทผู้ผลิต ผลข้างเคียงที่พบได้มักเป็นเพียงชั่วคราว:

อาการระยะเวลาการจัดการ
ผิวแดง อุ่นๆ หลังทำ4–6 ชั่วโมงดีขึ้นเองโดยไม่ต้องรักษา
รู้สึกตึง บวมเล็กน้อย5–7 วันประคบเย็น ทาน Paracetamol ถ้าไม่สบาย
ผิวแห้ง ระคายเคืองเล็กน้อย1–3 วันทา Moisturizer + ยาลดการระคายเคืองที่แพทย์จ่าย
ผิวไหม้ / เบิร์นไม่เกิดขึ้น — ระบบ Sensor ป้องกันอัตโนมัติ

การดูแลตัวเองหลังทำ Oligio

หลังทำ Oligio ไม่จำเป็นต้องดูแลพิเศษมาก สามารถใช้ชีวิตปกติได้ทันที เพียงปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้:

☀️ ทาครีมกันแดด SPF 30+ ทุกวัน
ป้องกัน UV ทำลายคอลลาเจนที่เพิ่งถูกกระตุ้น
💧 Moisturizer บำรุงผิวสม่ำเสมอ
รักษาความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวฟื้นตัวเร็วขึ้น
🚫 งดสครับผิวหน้า 5–7 วัน
โดยเฉพาะผู้ที่ผิวระคายเคืองง่าย
ทานยา / สกินแคร์ ได้ปกติ
ไม่จำเป็นต้องหยุดยาโรคประจำตัว
💊 ปวด ทาน Paracetamol ได้
ไม่แนะนำให้ซื้อยาแก้อักเสบกินเอง
📅 นัดติดตามผลกับแพทย์
เพื่อประเมินผลลัพธ์และวางแผนครั้งต่อไป

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio

Q: ทำ Oligio เจ็บไหม?
ระหว่างทำอาจรู้สึกอุ่นๆ จี๊ดๆ เล็กน้อย แต่ไม่เจ็บ ไม่แสบร้อน ไม่ต้องทายาชาก่อนทำ หลังทำใบหน้าจะรู้สึกอุ่นและตึงเล็กน้อย แต่ไม่ระบม ไม่บวม ไม่ช้ำ
Q: ทำ Oligio กี่ครั้งเห็นผล?
เห็นผลทันทีหลังทำ 20–30% จากการหดตัวของคอลลาเจนเดิม ผลเต็มที่จะเห็นได้ชัดที่ 2–3 เดือน ทำ 1 ครั้งผลอยู่ได้ 6–12 เดือน แนะนำทำกระตุ้นซ้ำทุก 6 เดือนเพื่อผลลัพธ์ที่ดีและยั่งยืน
Q: Oligio ทำให้หน้าบางลงไหม?
ไม่ Oligio กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวหน้าแข็งแรงและหนาขึ้น ไม่มีผลทำให้ผิวบางลงแต่อย่างใด
Q: Oligio กับโบท็อกกราม ต่างกันอย่างไร?
โบท็อกกรามลดขนาดกล้ามเนื้อกราม เหมาะกับคนที่หน้าบานจากกล้ามเนื้อ ส่วน Oligio ลดไขมันและยกกระชับผิว เหมาะกับคนที่มีไขมันสะสมบริเวณแก้มและเหนียง สามารถทำทั้งสองอย่างร่วมกันได้เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
Q: แบ่งทำหลายครั้งได้ไหม?
ได้ สามารถซื้อจำนวนช็อตไว้ล่วงหน้าและแบ่งทำได้ เช่น ซื้อ 1,200 shots แบ่งทำครั้งละ 600 shots ซึ่งต่างจากเครื่องรุ่นเก่าที่หัว Tip จะต้องยิงให้หมดภายใน 1 ชั่วโมง
Q: ทำ Oligio ต้องหยุดยาอะไรไหม?
ไม่จำเป็นต้องหยุดยาโรคประจำตัว หรืองดอาหาร แต่ควรแจ้งประวัติยา โรคประจำตัว การผ่าตัดบริเวณใบหน้า และการฉีดสารต่างๆ ให้แพทย์ทราบก่อนเริ่มโปรแกรม

ปรึกษาแพทย์ DS CLINIC ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Aesthetic Medicine ประสบการณ์กว่า 18 ปี
ประเมินผิว วางแผนโปรแกรม Oligio เฉพาะบุคคล ไม่มีค่าใช้จ่าย
📞 DS CLINIC สาขาอุดรธานี
📞 DS CLINIC สาขาสกลนคร

หมายเหตุ: ผลลัพธ์ของหัตถการอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลตัวเองหลังทำ บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ โปรดปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจรับหัตถการ

ทำไมต้องทำ Oligo

สอบถามโทร 087-528-2442