
ในวงการบิวตี้ปัจจุบัน คงไม่มีนวัตกรรมไหนจะถูกพูดถึงไปมากกว่า Pico Laser หรือ Picosecond Laser อีกแล้วค่ะ
ด้วยคำเคลมที่ว่า “เปลี่ยนผิวเสียให้เป็นผิวใสได้ในพริบตา” แต่สิ่งที่ตามมาคู่กับความอยากสวยก็คือความกลัว โดยเฉพาะคำถามที่ว่า “มันเจ็บมากไหม?” หรือ “หน้าจะพังก่อนปังหรือเปล่า?”
บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจทุกซอกทุกมุมของความเจ็บปวด (ที่คุ้มค่า) และเตรียมความพร้อมให้คุณก้าวเท้าเข้าคลินิกได้อย่างมั่นใจค่ะ
สารบัญ
- ทำความรู้จัก Pico Laser: ทำไมมันถึงต่างจากเลเซอร์รุ่นเดิม?
- รีวิวความเจ็บแยกตาม “หัวเลเซอร์” และ “โหมดการรักษา”
- ตัวช่วยที่ทำให้ “Pico Laser” ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด
- อาการหลังทำ: “หน้าแดง” “หน้าบวม” ปกติไหม?
- การดูแลตัวเองหลัง Pico Laser (สูตรลับหน้าใสไว)
- Pico Laser เครื่องแท้ vs เครื่องปลอม ดูอย่างไร?
- 5 Checklist เตรียมหน้าให้พร้อมก่อนยิง Pico Laser
- สรุป
ทำความรู้จัก Pico Laser: ทำไมมันถึงต่างจากเลเซอร์รุ่นเดิม?

หากจะตอบว่าเจ็บไหม เราต้องเข้าใจก่อนว่าเครื่องนี้ทำงานอย่างไร เลเซอร์รุ่นเก่า (เช่น Q-Switched) ทำงานโดยการส่งความร้อนลงไปสะสมที่เม็ดสี ซึ่งความร้อนนี้แหละค่ะ คือตัวการของความเจ็บและรอยไหม้
แต่ Pico Laser ทำงานด้วยความเร็วระดับ 1 ต่อล้านล้านวินาที (Picosecond) มันเร็วมากจนความร้อนแทบไม่มีโอกาสสะสมในผิว แต่จะเปลี่ยนพลังงานแสงให้เป็น แรงกระแทก (Photoacoustic) มหาศาลแทน
ผลลัพธ์: เม็ดสี (ฝ้า กระ รอยสิว) แตกตัวละเอียดเป็นผงฝุ่น (Dust particles) ซึ่งร่างกายขับออกได้ง่ายกว่า
ความรู้สึก: จึงเปลี่ยนจากความรู้สึก “ร้อนลวก” เป็นความรู้สึก “ดีดและสั่นสะเทือน” แทน
รีวิวความเจ็บแยกตาม “หัวเลเซอร์” และ “โหมดการรักษา”

ความเจ็บของ Pico Laser ไม่ใช่ค่าคงที่ค่ะ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าคุณหมอ “ยิงเพื่อรักษาอะไร” โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับหลักๆ ดังนี้
ระดับที่ 1: โหมด Pico Toning (หน้าใส/ลดรอยดำ)
โหมดนี้ใช้พลังงานไม่สูงมาก เน้นกระจายเม็ดสีที่ผิวชั้นบน
- ความรู้สึก: เหมือนมีละอองน้ำอุ่นๆ หรือเข็มเล็กๆ แตะที่หน้าเบาๆ บางคนบอกว่าเหมือนมดกัดคันๆ ยิบๆ
- ความเจ็บ: 1-2/10 (บางคนไม่แปะยาชาก็ทำได้สบายมาก)
- หลังทำ: หน้าแค่อมชมพู 1-2 ชั่วโมงก็หาย แต่งหน้าต่อได้เลย
ระดับที่ 2: โหมด Zoom / Pigment (เน้นกระ/ฝ้า)
คุณหมอจะจี้เน้นไปที่จุดด่างดำโดยเฉพาะ เพื่อให้เม็ดสีแตกตัว
- ความรู้สึก: จะรู้สึก “ดีด” เหมือนโดนหนังยางเส้นเล็กดีดใส่หน้า ทุกครั้งที่เลเซอร์โดนจุดดำจะรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมานิดหน่อย
- ความเจ็บ: 3-4/10
- หลังทำ: จุดที่ยิงจะมีสีเข้มขึ้นหรือเป็นสะเก็ดบางๆ ประมาณ 3-5 วัน
ระดับที่ 3: โหมด Pico Fractional / MLA (หลุมสิว/รูขุมขน)
นี่คือโหมดที่นิยมที่สุดและ “เจ็บที่สุด” เพราะต้องใช้หัวเลเซอร์พิเศษ (Micro Lens Array) บีบพลังงานให้เป็นจุดเล็กๆ เพื่อสร้างฟองอากาศใต้ผิว (LIOB) กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่
- ความรู้สึก: รู้สึกเหมือนมีเข็มเล็กๆ จำนวนมากทิ่มลงบนผิวพร้อมแรงดีดที่หนักแน่น จะรู้สึกร้อนผ่าวๆ ทั่วใบหน้า
- ความเจ็บ: 5-7/10 (ต้องแปะยาชาหนาๆ นาน 45-60 นาที)
- หลังทำ: หน้าจะแดงก่ำ มีจุดเลือดออกใต้ผิว (Petechiae) คล้ายรอยช้ำเล็กๆ ทั่วหน้า พักหน้า 3-7 วัน
ตัวช่วยที่ทำให้ “Pico Laser” ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

ถ้าคุณกลัวเจ็บ คลินิกมาตรฐานจะมี “3 ทหารเสือ” มาช่วยคุณค่ะ
1.ยาชาคุณภาพสูง (Topical Anesthesia): การแปะยาชานานกว่า 45 นาที จะช่วยลดความรู้สึกไปได้มากกว่า 70-80% จนบางจุดคุณจะไม่รู้สึกอะไรเลย
2. เครื่องเป่าลมเย็น (Air Cooling System): อันนี้สำคัญมาก! เครื่องจะพ่นลมเย็นอุณหภูมิประมาณ -30 องศาเซลเซียส ลงบนผิวขณะยิง ลมเย็นจะทำให้เส้นประสาทรับความรู้สึกช้าลง และช่วยลดโอกาสผิวไหม้ได้ดีเยี่ยม
3. ฝีมือแพทย์: แพทย์ที่เชี่ยวชาญจะรู้จังหวะการยิงและการปรับค่าพลังงาน (Fluence) ให้เหมาะสม ไม่ยิงย้ำในจุดเดิมนานเกินไปจนผิวระคายเคือง
อาการหลังทำ: “หน้าแดง” “หน้าบวม” ปกติไหม?

หลังเดินออกจากห้องเลเซอร์ สิ่งที่คุณจะเจอแน่นอนคือ
ความรู้สึกระบม: ผิวจะรู้สึกอุ่นๆ เหมือนเพิ่งกลับจากทะเล (Sunburn) อาการนี้จะหายไปเองใน 2-4 ชั่วโมง
รอยแดง (Erythema): ถ้าทำโหมดหน้าใสจะหายใน 24 ชม. แต่ถ้าทำโหมดหลุมสิว หน้าจะแดงเข้มประมาณ 2-3 วัน และค่อยๆ จางเป็นสีชมพูในวันที่ 5
อาการคัน: เมื่อผิวเริ่มซ่อมแซมตัวเองอาจมีอาการคันยิบๆ ห้ามเกาเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดรอยดำ (PIH)
การดูแลตัวเองหลัง Pico Laser (สูตรลับหน้าใสไว)

ความเจ็บจบไปแล้ว แต่ความปังจะเกิดหรือไม่ขึ้นอยู่กับช่วงนี้ค่ะ
24 ชม. แรก : ห้ามโดนน้ำเด็ดขาด ให้ใช้น้ำเกลือเช็ดเบาๆ หากจำเป็น
วันที่ 1-3 : ทามอยเจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยปลอบประโลมผิว (เช่น Aloe Vera หรือกลุ่ม Cica) บ่อยๆ เพื่อลดความร้อน
วันที่ 4-7 : เริ่มใช้ครีมบำรุงปกติได้ แต่ห้ามใช้กลุ่ม Whitening, AHA, BHA หรือ Retinol
ตลอด 2 สัปดาห์ : ทากันแดดคือชีวิต! ต้องทา SPF50+ และเลี่ยงแดดจัดให้มากที่สุด
Pico Laser เครื่องแท้ vs เครื่องปลอม ดูอย่างไร?

ความเจ็บแบบ “ผิดปกติ” มักเกิดจากเครื่องไม่ได้มาตรฐาน เครื่อง Pico แท้ราคาเครื่องละหลายล้านบาท ดังนั้นหากเจอโปรโมชั่น “Pico ทั่วหน้า 999 บาท” ให้ตั้งสติก่อนค่ะ
เครื่องแท้ที่ผ่าน US-FDA และนิยมในไทย ได้แก่
Discovery Pico: พลังงานสูงมาก เก่งเรื่องหลุมสิวและรอยสัก (เจ็บกว่านิดหน่อยแต่เห็นผลไว)
PicoSure: ใช้ความยาวคลื่น 755nm เก่งเรื่องเม็ดสีและฝ้าเป็นพิเศษ
PicoWay / PicoPlus: พลังงานเสถียร เจ็บน้อย พักฟื้นไว
5 Checklist เตรียมหน้าให้พร้อมก่อนยิง Pico Laser

1.งดสครับและผลัดเซลล์ผิว (1 สัปดาห์)
หยุดใช้กลุ่ม AHA, BHA, Retinol หรือการสครับหน้าแรงๆ เพื่อไม่ให้ปราการผิวบางเกินไปก่อนรับเลเซอร์
2.เลี่ยงแดดจัด (3-5 วัน)
พยายามไม่ไปอาบแดดหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ทำให้ผิวเบิร์น เพราะผิวที่เพิ่งโดนแดดมาจะไวต่อความร้อนของเลเซอร์มากขึ้น
3.งดทานยา/อาหารเสริมบางชนิด
ยากลุ่ม Aspirin, Vitamin E, หรือ Fish Oil อาจทำให้เลือดออกง่ายและรอยแดงหลังทำหายช้า (ถ้าเลี่ยงได้ 1 สัปดาห์จะดีมากค่ะ)
4.เช็กประวัติความเสี่ยง
หากมีประวัติเป็นเริม (Herpes) บริเวณใบหน้า ต้องแจ้งคุณหมอก่อน เพราะเลเซอร์อาจไปกระตุ้นให้เริมกลับมาเป็นซ้ำได้
5.เตรียมมอยเจอร์ไรเซอร์ & กันแดด
จัดเตรียมครีมบำรุงที่เน้นความชุ่มชื้น (ไม่มีน้ำหอม/แอลกอฮอล์) และกันแดดประสิทธิภาพสูงไว้รอที่บ้าน เพราะหลังทำผิวจะโหยหาสิ่งนี้ที่สุด!
สรุป
ถ้าถามว่า Pico Laser เจ็บไหม? คำตอบคือ “เจ็บแบบสวยคุ้ม” ครับ ความเจ็บนั้นอยู่เพียงช่วงสั้นๆ 15-20 นาที แต่ผลลัพธ์ของผิวที่เนียนละเอียด รูขุมขนกระชับ และรอยดำที่จางหายไป จะอยู่กับคุณไปอีกนาน
คำแนะนำสุดท้าย: อย่าเพิ่งเชื่อรีวิวทั้งหมด เพราะสภาพผิวและเกณฑ์ความเจ็บของแต่ละคนไม่เท่ากัน แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอเพื่อประเมินผิวและทดลองยิง (Test Spot) ก่อน เพื่อดูว่าคุณรับไหวในระดับไหนค่ะ
ความเร็วสูงสุด 250 Picosecond มาพร้อมหัวเลเซอร์ครบถึง 7 หัว
รองรับการรักษาได้ทุกปัญหาผิว ไม่ว่าจะเป็นฝ้า กระ รอยสิว หลุมสิว หรือรอยสักดูแลโดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงามโดยตรงทุกเคส
ไม่มอบหมายให้พนักงานหรือผู้ช่วยดำเนินการแทน




