Ultherapy เหมาะกับใครบ้าง?

ภาพผู้หญิงส่องกระจกพิจารณาผิวหน้า มีข้อความพาดหัวว่า Ultherapy เหมาะกับใครบ้าง? โดย DS Clinic

เจาะลึก! Ultherapy เหมาะกับใครบ้าง? สรุปครบทุกข้อก่อนตัดสินใจทำ

เชื่อว่าหลายคนที่เริ่มกังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อย หนังตาตก หรือกรอบหน้าไม่ชัด

ต้องเคยได้ยินชื่อ Ultherapy” (อัลเทอร่า) ผ่านหูกันมาบ้าง เพราะนี่คือนวัตกรรมยกกระชับผิวระดับ Gold Standard ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

แต่คำถามที่สำคัญที่สุดคือ “แล้วเราล่ะ… เหมาะกับ Ultherapy จริงไหม?”

วันนี้เราจะมาหาคำตอบแบบเจาะลึก พร้อมข้อควรรู้ที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นค่ะ

เพื่อให้เข้าใจว่าทำไม Ultherapy ถึงเหมาะกับคุณ เราต้องเข้าใจ “ความร้อน” ที่เครื่องส่งลงไปค่ะ

เครื่อง Ultherapy จะปล่อยพลังงานเป็นจุดเล็กๆ ที่เรียกว่า Micro-Focused Ultrasound ลงไปที่ชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่คลุมกล้ามเนื้อใบหน้า

การที่พลังงานมีความแม่นยำสูงและมีความร้อนอยู่ที่ประมาณ 60-70°C จะทำให้โปรตีนในชั้นผิวเกิดการหดตัว (Coagulation) คล้ายกับการที่เรานำเนื้อไปดาดบนกระทะให้มันหดตัวลง

 ผลที่ตามมาคือผิวจะถูก “ดึง” ให้ตึงขึ้นทันที 20-30% และหลังจากนั้นร่างกายจะเข้าใจว่าบริเวณนั้นเกิดการบาดเจ็บเล็กน้อย จึงส่งสัญญาณกระตุ้นการสร้าง Neocollagenesis หรือการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิมออกมานั่นเองค่ะ

Ultherapy เหมาะกับใครบ้าง? (Checklist)

เช็คลิสต์ผู้ที่เหมาะกับการทำ Ultherapy

หากคุณมีปัญหาเหล่านี้เพียง 1-2 ข้อ Ultherapy คือคำตอบที่ตรงจุดที่สุดค่ะ

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง: โดยเฉพาะในช่วงอายุ 30-50 ปี ที่เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิว
  • ต้องการยกคิ้วและหางตา: ช่วยแก้ปัญหาหนังตาตก ตาดูเศร้า ให้ดวงตาดูเปิดกว้างและอ่อนเยาว์ขึ้น
  • กรอบหน้าไม่ชัดเจน: มีเหนียง (Double Chin) หรือผิวใต้คางหย่อนคล้อย
  • ริ้วรอยบริเวณลำคอและเนินอก: ซึ่งเป็นจุดที่มักถูกละเลยและบ่งบอกอายุได้ชัดเจ
  • คนที่กลัวเข็มหรือการผ่าตัด: อยากหน้าเด็กแต่ไม่อยากดมยาสลบ หรือไม่อยากมีแผลเป็น
  • ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ: ผิวจะค่อยๆ ยกกระชับขึ้นจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ ไม่ดู “ตึงเป๊ะ” จนผิดธรรมชาติ

5 บริเวณยอดฮิต ที่ทำ Ultherapy แล้วคุ้มค่าที่สุด

หากคุณกำลังลังเลว่าจะทำจุดไหนดี นี่คือรายละเอียดที่ชัดเจนว่า Ultherapy ช่วยแต่ละส่วนได้อย่างไร

1. กรอบหน้าและแนวกราม (Jawline & V-Shape)

สำหรับคนที่อายุเริ่มเข้าเลข 3 ผิวหนังบริเวณกรามจะเริ่มคล้อยลงมาปิดแนวกราม ทำให้หน้าดูไม่มีมิติ หรือที่เรียกว่า “หน้าบานออก” การทำ Ultherapy จะช่วยยกเนื้อส่วนนี้ขึ้น ทำให้กรอบหน้าชัดเจน (Definition) และดูหน้าเรียวเล็กลงโดยไม่ต้องโบท็อกซ์

2. ผิวใต้คางและลำคอ (Double Chin & Turkey Neck)

ปัญหา “เหนียง” ไม่ได้เกิดจากไขมันเสมอไป แต่เกิดจากผิวที่หย่อนคล้อย (Skin Laxity) Ultherapy จะเข้าไปทำให้ผิวใต้คางหดตัวและแนบชิดกับโครงสร้างด้านบนมากขึ้น ช่วยกำจัดลักษณะผิวที่เป็นชั้นๆ บริเวณลำคอให้ดูตึงกระชับ

3. รอบดวงตาและคิ้ว (Eye Lift & Brow Lift)

เป็นบริเวณที่ Ultherapyดดเด่นมาก เพราะได้รับรองจาก US-FDA ว่าสามารถยกคิ้วได้จริง เมื่อคิ้วถูกยกขึ้น พื้นที่บริเวณเปลือกตาจะมากขึ้น ทำให้ตาที่ดูง่วงดูสดใสขึ้น ลดรอยตีนกา และช่วยให้คนที่ทำตาสองชั้นมาแล้วเริ่มหย่อนคล้อยกลับมาดูสวยเหมือนเดิม

4. ร่องแก้มและร่องมุมปาก (Nasolabial Folds & Marionette Lines)

ปัญหา “แก้มห้อย” จนกดให้เกิดร่องลึกข้างจมูกและมุมปาก ทำให้ดูมีอายุ การยิง Ultherapy ในชั้นลึกจะช่วยดึงแก้มที่หย่อนลงมาให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิม ร่องลึกจึงตื้นขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาฟิลเลอร์เพียงอย่างเดียว

5. เนินอก (Decolletage)

เทรนด์ใหม่ที่มาแรงคือการดูแลผิวบริเวณหน้าอกสำหรับคนที่ชอบใส่เสื้อคอวีหรือชุดราตรี Ulthera ช่วยลดริ้วรอยเล็กๆ (Fine Lines) บนเนินอกที่เกิดจากการนอนตะแคงหรือแสงแดดทำร้ายได้ดีเยี่ยม

เตรียมตัวอย่างไร? ก่อน-หลัง ทำ Ultherapy ให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานที่สุด

คำแนะนำการปฏิบัติตัวก่อนทำ Ultherapy

การเตรียมตัวก่อนทำ (Pre-Treatment)

  • ไม่ต้องงดอาหาร: สามารถทานข้าวมาได้ปกติค่ะ
  • ปรึกษาเรื่องยา: หากทานยาในกลุ่มประคองอาการเลือดแข็งตัว เช่น แอสไพริน หรืออาหารเสริมพวกวิตามินอี น้ำมันปลา ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้า เพราะอาจทำให้เกิดรอยเขียวช้ำได้ง่ายขึ้น
  • งดเลเซอร์แรงๆ: ก่อนทำ 1-2 สัปดาห์ ควรงดการทำเลเซอร์ที่ทำให้ผิวลอกหรือระคายเคือง

การดูแลหลังทำ (Post-Treatment)

  • เลี่ยงความร้อนจัด: ในช่วง 1 สัปดาห์แรก งดการซาวน่า หรือตากแดดจัด เพื่อป้องกันผิวอักเสบ
  • บำรุงด้วยครีมเพิ่มความชุ่มชื้น: ผิวหลังทำอาจมีความแห้งเล็กน้อย การทา Moisturizer และครีมกันแดด SPF 50+ เป็นประจำจะช่วยปกป้องคอลลาเจนใหม่ที่กำลังสร้าง
  • เน้นอาหารโปรตีน: เนื่องจากร่างกายต้องสร้างคอลลาเจนใหม่ การทานโปรตีนคุณภาพดี วิตามินซี และดื่มน้ำสะอาดจะช่วยเป็นวัตถุดิบในการสร้างผิวใหม่ให้สมบูรณ์

ข้อดีที่ทำให้ Ultherapy แตกต่าง

1.ทำครั้งเดียวจบ: ไม่ต้องมาทำบ่อยๆ ทุกเดือน ผลลัพธ์อยู่ได้ยาวนานกว่าปี

2.กระตุ้นคอลลาเจนจากภายใน: ไม่ใช่แค่การดึงผิว แต่เป็นการ “รีสตาร์ท” กระบวนการสร้างผิวใหม่

3.ไม่มีบาดแผล: หลังทำสามารถแต่งหน้าไปทำงานหรือออกงานต่อได้ทันที

Lorem ipsum dolor sit amet...

  • ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยรุนแรงมาก: ในวัย 60+ ที่ผิวขาดความยืดหยุ่นสูง การผ่าตัดดึงหน้าอาจเห็นผลชัดเจนกว่า
  • ผู้ที่มีไขมันบนหน้าเยอะเกินไป: อาจต้องใช้การสลายไขมันควบคู่ไปด้วยเพื่อให้เห็นกรอบหน้าชัด
  • สตรีมีครรภ์: แนะนำให้เว้นช่วงไปก่อนเพื่อความปลอดภัยสูงสุดค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: Ultherapy เจ็บไหม? 

A: ความรู้สึกขณะทำจะเป็นความรู้สึกอุ่นๆ ถึงร้อนลึกๆ และมีความรู้สึกเหมือนเข็มเล็กๆ จิ้มลงไปใต้ชั้นผิว (Prickling sensation) ระดับความเจ็บขึ้นอยู่กับบุคคล แต่ส่วนใหญ่คลินิกจะมีการแปะยาชาหรือใช้วิธีประคบเย็นช่วย ซึ่งอยู่ในระดับที่ทนได้แน่นอนค่ะ

Q: ทำกี่ Shot/Line ถึงจะเห็นผล?

A: ไม่มีจำนวนตายตัวค่ะ ขึ้นอยู่กับสภาพใบหน้า หากเป็นคนหน้าเล็กอาจใช้เพียง 300-400 Lines แต่หากต้องการยกทั้งหน้าและลำคออาจต้องใช้ถึง 600-800 Lines การปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเฉพาะบุคคลจึงสำคัญที่สุด

Q: ทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม?

ทำได้ค่ะ! ปัจจุบันนิยมทำแบบ Combination Therapy เช่น ทำ Ultherapy เพื่อยกโครงสร้างชั้นลึก และทำ Botox เพื่อเก็บริ้วรอยชั้นตื้น หรือทำ Fillerพื่อเติมเต็มร่องลึกที่เกิดจากการยุบตัวของกระดูก จะช่วยให้หน้าดูเด็กลงอย่างสมบูรณ์แบบ

Lorem ipsum dolor sit amet...

เนื่องจาก Ultherapy เป็นเครื่องราคาแพง จึงมีเครื่องเลียนแบบค่อนข้างมาก การทำเครื่องปลอมนอกจากจะไม่เห็นผลแล้ว ยังเสี่ยงหน้าไหม้หรือเส้นประสาทอักเสบได้ค่ะ

  1. ดูใบเซอร์ฯ: คลินิกต้องมีใบประกาศนียบัตรจากบริษัท Merz Aesthetics
  2. สแกน QR Code: ที่ตัวเครื่องต้องมีสติกเกอร์ให้สแกนตรวจสอบชื่อคลินิก
  3. หน้าจอขณะทำ: ต้องเห็นภาพ Real-time ชั้นผิวตลอดการยิง
  4. ราคาที่สมเหตุสมผล: หากราคาถูกผิดปกติ (เช่น ทั่วหน้า 5,900.-) ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นเครื่องปลอมค่ะ

สรุป

Ultherapy เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการ “Maintenance” ความเยาว์วัย และแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน การเลือกทำกับคลินิกที่ใช้เครื่องแท้และแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงคือหัวใจสำคัญค่ะ

แม้ราคาต่อครั้งของ Ultherapy จะดูสูงกว่าหัตถการอื่นๆ แต่เมื่อเทียบกับ “ความคุ้มค่า” ในแง่ของผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานถึง 1 ปี และการไม่ต้องเสี่ยงกับการผ่าตัด ถือว่าเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเป็นความมั่นใจที่ประเมินค่าไม่ได้

หากคุณกำลังมองหาวิธี “หยุดอายุผิว” ให้ดูสต๊อปไว้ที่ความสดใส Ultherapy คือตัวเลือกอันดับหนึ่งที่แพทย์ผิวหนังทั่วโลกแนะนำค่ะ

ปรึกษาคุณหมอ และรับสิทธิพิเศษก่อนใคร

สอบถามโทร 087-528-2442