Ultherapy เจ็บไหม ต้องพักฟื้นไหม?

ยกกระชับหน้าด้วย Ultherapy เครื่องแท้ DS Clinic

เจาะลึก Ultherapy เจ็บไหม? ต้องพักฟื้นกี่วัน? พร้อมทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนอัปสวยในปี 2026

ในยุคที่เทคโนโลยีความงามก้าวล้ำไปไกล การยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัดกลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการคงความอ่อนเยาว์ 

และหนึ่งในโปรแกรมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Ulthera หรือที่เรียกกันติดปากว่า Ultherapy แต่คำถามคลาสสิกที่ทำให้หลายคนยังลังเลคือ “Ultherapy เจ็บไหม?” และ “ทำแล้วต้องพักฟื้นหรือเปล่า?” 

บทความนี้จะช่วยคลายทุกข้อสงสัยแบบละเอียดเจาะลึก ตั้งแต่หลักการทำงานของเครื่อง ไปจนถึงความรู้สึกขณะทำ และแนวทางการปฏิบัติตัวเพื่อให้ผลลัพธ์คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากที่สุด

สารบัญ

1. กลไกการทำงานของ Ultherapy : ทำไมถึงยกกระชับได้จริง?

กลไกการทำงาน Ultherapy ยกกระชับถึงชั้น SMAS

ความแตกต่างที่ทำให้ Ultherapy เหนือกว่าการทำทรีตเมนต์ทั่วไป คือเทคโนโลยี MFU-V (Micro-Focused Ultrasound with Visualization)

Micro-Focused Ultrasound: คือคลื่นเสียงความถี่สูงที่ถูกบีบอัดให้เป็นจุดเล็กๆ ขนาดประมาณ 1 มม. (คล้ายกับการใช้แว่นขยายรวมแสงอาทิตย์)

พลังงานนี้จะพุ่งตรงลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อใบหน้า เป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ดึงหน้าในการผ่าตัด

  • สร้างความร้อนที่พอเหมาะ: พลังงานจะเปลี่ยนเป็นความร้อนอุณหภูมิประมาณ 60°C – 70°C ส่งผลให้ชั้น SMAS เกิดการหดตัวทันที (เหมือนการนำเนื้อไปดาดบนกระทะร้อนๆ ที่จะเกิดการตึงตัว) และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมาทดแทน
  • Visualization (Real-time Scan): นี่คือหัวใจหลัก! แพทย์สามารถมองเห็นภาพชั้นผิวผ่านหน้าจอขณะที่เครื่องกำลังส่งพลังงาน ทำให้แม่นยำกว่า Hifu ทั่วไป ลดความเสี่ยงในการยิงโดนกระดูกหรือเส้นประสาท

2. ไขข้อข้องใจ: Ultherapy เจ็บไหม? เจ็บระดับไหน?

รีวิวความเจ็บ Ultherapy ระดับที่ทนได้

คำถามยอดฮิตที่ว่า “เจ็บไหม” คำตอบที่จริงใจที่สุดคือ “รู้สึกเจ็บแน่นอน แต่อยู่ในระดับที่ทนได้”

ความรู้สึกระหว่างทำแบ่งเป็น 3 ระยะ:

  1. ระยะเริ่มยิง: จะรู้สึกอุ่นๆ บริเวณผิวหนังชั้นบน
  2. ระยะพลังงานลงลึก: เมื่อพลังงานลงไปถึงชั้น SMAS คุณจะรู้สึกเหมือนมีเข็มเล็กๆ จำนวนมากจิ้มเรียงเป็นแนวใต้ผิว หรือบางคนจะรู้สึก “จี๊ดๆ” และ “หน่วง” บริเวณแนวโหนกแก้มหรือกราม
  3. ระยะสะสมความร้อน: ในช่วงท้ายของการทำ ความร้อนจะสะสมใต้ผิวมากขึ้น อาจทำให้รู้สึกระบมในกระดูกเล็กน้อย (โดยเฉพาะบริเวณผิวที่บางและติดกระดูก เช่น หน้าผาก หรือแนวกราม)

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเจ็บ:

  • จำนวน Line ที่ใช้: หากยิงจำนวนมาก ความร้อนสะสมก็จะสูงขึ้น
  • ประสบการณ์ของแพทย์: แพทย์ที่เก่งจะรู้จังหวะการวางหัวทรานสดิวเซอร์และการชวนคุยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ รวมถึงการเลือกใช้ระดับพลังงานที่เหมาะสมกับความหนาของผิวแต่ละบริเวณ
  • เครื่องแท้ vs เครื่องปลอม: เครื่องปลอมมักปล่อยพลังงานไม่คงที่ ทำให้เกิดความเจ็บปวดที่แหลมคมผิดปกติ และเสี่ยงต่อผิวไหม้

3. Ultherapy ต้องพักฟื้นไหม? การดูแลหลังทำอย่างละเอียด

วิธีดูแลตัวเองหลังทำ Ultherapy ไม่ต้องพักฟื้น

หนึ่งในเหตุผลที่ Ultherapy ครองใจคนทั่วโลกคือ “ไม่ต้องพักฟื้น” (No Downtime)

หลังทำเสร็จคุณสามารถเดินออกจากคลินิกไปทานข้าว ช้อปปิ้ง หรือทำงานต่อได้ทันที แต่จะมีอาการ “ชั่วคราว” ที่ควรทราบดังนี้

อาการแดง (Erythema) : ผิวอาจจะแดงระเรื่อคล้ายเพิ่งออกกำลังกายมา จะหายไปเองใน 1-2 ชั่วโมง

อาการบวม (Edema) : บางรายอาจมีความรู้สึกตึงๆ หรือบวมเล็กน้อย (มองด้วยตาเปล่าแทบไม่ออก) ในช่วง 1-3 วันแรก

อาการชิบหรือระบม (Tenderness) : เมื่อเอามือกดหน้าจะรู้สึกระบมลึกๆ เหมือนออกกำลังกายหนักๆ อาการนี้อาจอยู่ได้ 1-2 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าคอลลาเจนกำลังถูกรีบูตใหม่รอย

เขียวช้ำ (Bruising) : พบได้น้อยมาก มักเกิดในผู้ที่มีเส้นเลือดเปราะบาง แต่อาการจะหายไปเองในไม่กี่วัน

ตารางเปรียบเทียบ: Ultherapy vs Thermage vs Hifu

เพื่อให้ผู้อ่านตัดสินใจง่ายขึ้น เรามาดูกันว่าแต่ละเทคโนโลยีต่างกันอย่างไร

ตารางเปรียบเทียบ Ultherapy vs Thermage vs HIFU

4. วิธีเช็ก Ultherapy เครื่องแท้ (ป้องกันหน้าพัง)

วิธีเช็กเครื่อง Ultherapy แท้ ป้องกันหน้าพัง

ปัจจุบันมีเครื่องเลียนแบบจากหลายประเทศที่หน้าตาคล้าย Ultherapy มาก แต่ประสิทธิภาพต่างกันราวฟ้ากับเหว ก่อนทำควรตรวจสอบดังนี้

สติกเกอร์ Ultherapy Authenticity : หน้าคลินิกต้องมีสติกเกอร์สัญลักษณ์ของแท้ปี 2026

ใบประกาศนียบัตร : คลินิกต้องมีใบ Certificate ที่ออกโดยบริษัท Merz Aesthetics Thailand

เช็กผ่านเว็บไซต์ : สามารถตรวจสอบชื่อคลินิกได้ที่ www.merzclubthailand.com
สังเกตหน้าจอ : ขณะทำต้องมีภาพสแกนชั้นผิวให้เราเห็น และเครื่องต้องมีโลโก้ Ultherapy ชัดเจน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ Ultherapy

Q: ทำกี่วันถึงเห็นผล?

  • A: จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงประมาณ 20-30% ทันทีหลังทำ และจะเห็นผลชัดเจนที่สุด (Full Result) ในช่วงเดือนที่ 3 เนื่องจากร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่

Q: ทำ Ultherapy อายุเท่าไหร่ดี?

  • A: เริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไปเพื่อเป็นการ “เก็บออมคอลลาเจน” หรือทำเมื่อเริ่มสังเกตเห็นว่ากรอบหน้าไม่ชัด หางตาตก หรือเริ่มมีเหนียง

Q: คนจัดฟันทำได้ไหม?

  • A: ทำได้ค่ะ แต่อาจจะรู้สึกจี๊ดๆ บริเวณเหงือกมากกว่าปกติ แพทย์มักจะใช้สำลีพันก้านรองไว้ที่กระพุ้งแก้มเพื่อลดการนำไฟฟ้าและความร้อน

สรุป

คุ้มค่าไหมที่จะทำ Ultherapy?

หากคุณกำลังมองหาทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับการดึงหน้า โดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัด ไม่ต้องมีแผลเป็น และยอมรับความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในระยะเวลา 45-60 นาทีได้ Ulthera คือคำตอบที่คุ้มค่าที่สุด

เพราะนอกจากจะช่วยเรื่องความงามแล้ว ยังเป็นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในให้แข็งแรงอย่างยั่งยืน

อยากรู้ว่าใบหน้าของคุณต้องใช้กี่ Lines?

อย่าปล่อยให้ความหย่อนคล้อยพรากความมั่นใจไปค่ะ คุณสามารถส่งรูปหน้ามาให้คุณหมอช่วยประเมินเบื้องต้น

หรือนัดหมายเข้ามาปรึกษาแบบตัวต่อตัว (ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย) เพื่อให้เราช่วยออกแบบรูปหน้าให้คุณดูดีที่สุดในแบบที่เป็นคุณ!

ปรึกษาคุณหมอ และรับสิทธิพิเศษก่อนใคร

สอบถามโทร 087-528-2442