อายุเท่าไรควรเริ่มทำ Ultherapy?

ผู้หญิงตรวจเช็คผิวหน้าหน้ากระจก พร้อมข้อความแนะนำ อายุเท่าไหร่ควรเริ่มทำ Ulthera โดย DS Clinic

อายุเท่าไรควรเริ่มทํา Ultherapy? เจาะลึกช่วงอายุที่เหมาะสม พร้อมเหตุผลที่คนอยากหน้าเด็กต้องรู้!

ในยุคที่การดูแลตัวเองเป็นเรื่องสําคัญ “นวัตกรรมการยกกระชับผิว” ได้กลายเป็นทางเลือกอันดับต้นๆ สําหรับผู้ที่ต้องการคงความอ่อนเยาว์ไว้ให้นานที่สุด และหนึ่งในโปรแกรมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ

Ulthera (Ultherapy) แต่คําถามที่ค้างคาใจหลายคน และเป็นหนึ่งในคําค้นหายอดฮิตก็

คือ “เราควรเริ่ม ทํา Ultherapy ตอนอายุเท่าไร?” ต้องรอให้ผิวหย่อนคล้อยก่อน หรือควรทําเพื่อป้องกันไว้ก่อนดี?

บทความนี้จะพาคุณไปหาคําตอบอย่างละเอียด เพื่อให้คุณวางแผนดูแลผิวได้อย่างคุ้มค่าและตรงจุดที่สุด ค่ะ

1. ทําความรู้จัก Ultherapy : ทําไมถึงเป็นตัวช่วยกู้ผิวหย่อนคล้อย อันดับ 1?

ก่อนจะไปดูเรื่องอายุ เราต้องเข้าใจก่อนว่า Ultherapy ไม่ใช่แค่เครื่องนวดหน้าทั่วไป

แต่เป็นเทคโนโลยี Micro-Focused Ultrasound with Visualization (MFU-V) ซึ่งมีความโดดเด่น ที่หาตัวจับยากในวงการความงาม

  •  ส่งพลังงานลึกถึงชั้น SMAS: พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงจะลงลึกไปถึงชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน
    (SMAS) ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า
  • กระตุ้นคอลลาเจนใหม่: เมื่อพลังงานเปลี่ยนเป็นความร้อน จะเกิดการหดตัวของชั้นผิวและ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่
  • ความแม่นยําสูง: หน้าจอ Real-time Visualization ช่วยให้แพทย์เห็นชั้นผิวขณะทํา ทําให้ยิงพลังงานได้อย่างแม่นยํา ไม่ทําลายเนื้อเยื่อข้างเคียง

2. เริ่มทํา Ultherapy ตอนอายุเท่าไรดีที่สุด?

ความจริงแล้ว “ไม่มีตัวเลขตายตัว” ว่าต้องเริ่มที่อายุเท่าไร เพราะสภาพผิวของแต่ละคนร่วงโรยไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ การพักผ่อน และกรรมพันธุ์ อย่างไรก็ตาม เราสามารถแบ่งความเหมาะสมตามช่วงอายุดังนี้


วัย 25 – 30 ปี: เริ่มต้นเพื่อ “Prejuvenation”

หลายคนอาจสงสัยว่าอายุยังไม่ถึง 30 ต้องทําแล้วหรือ? ในความเป็นจริง คอลลาเจนในผิวจะเริ่มเสื่อม สภาพลงตั้งแต่อายุ 25 ปีเป็นต้นไป การทํา Ultherapy ในวัยนี้คือการ “ป้องกันก่อนเกิดปัญหา”

  • เป้าหมาย: เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวแน่น (Firm) และคงความกระชับของกรอบหน้า
    (Jawline)
  • ผลลัพธ์: ช่วยชะลอการหย่อนคล้อยในอนาคต ทําให้ผิวดูเด็กกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกันเมื่อเวลาผ่าน
    ไป

วัย 30 – 45 ปี: ช่วงเวลา “Golden Age” ของการทํา Ulthera

นี่คือกลุ่มอายุที่เดินเข้าคลินิกมาทํา Ultherapy มากที่สุด เพราะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของใบหน้าอย่างชัดเจนจากแรงโน้มถ่วง

●  ปัญหาที่พบ: เริ่มมีร่องแก้ม ร่องมุมปาก ผิวบริเวณกรอบหน้าเริ่มไม่คมชัด หรือเริ่มมีเหนียง
●  เป้าหมาย: ยกกระชับส่วนที่เริ่มหย่อนให้กลับเข้าที่ และปรับรูปหน้าให้ดู V-Shape ขึ้น
●  ผลลัพธ์: หน้าดูเรียวเล็กลง ผิวฟูขึ้น และช่วยยกคิ้วหรือหางตาที่เริ่มตกให้ดูสดใสขึ้น

ผู้หญิงวัย 30-45 ปี ปรึกษาแพทย์เรื่องการทำ Ulthera ซึ่งเป็นช่วง Golden Age ที่เห็นผลลัพธ์การยกกระชับได้ชัดเจนและมีประสิทธิภาพสูงสุด

วัย 45 – 60 ปีขึ้นไป: การฟื้นฟูโครงสร้างผิวอย่างลํ้าลึก

สําหรับวัยนี้ ปัญหาความหย่อนคล้อยจะมีความชัดเจนมากขึ้นและเกิดในหลายระดับชั้นผิว

  •  ปัญหาที่พบ: ผิวขาดความยืดหยุ่น มีริ้วรอยลึก รูขุมขนกว้าง และผิวบริเวณลําคอเริ่มหย่อนคล้อย
  • เป้าหมาย: ยกกระชับผิวในวงกว้าง ทั้งใบหน้า ลําคอ และเนินอก
  • ผลลัพธ์: ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่านการผ่าตัดดึงหน้า ซึ่งในวัยนี้อาจมีการทํา Ultherapy ร่วมกับหัตถการอื่นๆ เช่น Filler หรือ Thermage เพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด

3. สัญญาณเตือน! เมื่อไรที่ผิวของคุณบอกว่า

“ต้องทํา Ulthera แล้ว”

สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรทำ Ulthera เช่น หางตาตก กรอบหน้าไม่คม เริ่มมีเหนียง ร่องแก้มลึก และผิวขาดความเด้ง

หากคุณยังไม่แน่ใจเรื่องอายุ ให้ลองสังเกต “สัญญาณเตือนจากหน้ากระจก” ดังนี้ค่ะ

1. ถ่ายรูปแล้วหน้าดูไม่คม: กรอบหน้า (Jawline) เริ่มเบลอ แยกไม่ออกระหว่างกรามกับคอ

2. เริ่มมี “เหนียง” ทั้งที่นํ้าหนักไม่ขึ้น: เกิดจากผิวใต้คางเริ่มหย่อนคล้อยตามอายุ

3. ร่องแก้มและร่องมุมปากเริ่มลึก: ทําให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าหรือดูดุ

4. หางตาตกและคิ้วตก: ทําให้ดวงตาดูเล็กลง หรือแต่งหน้าทาอายแชโดว์ยากขึ้น

5. ผิวขาดความเด้ง: เมื่อกดผิวแล้ว ผิวไม่คืนตัวเร็วเหมือนเมื่อก่อน

4. ข้อดีของการเริ่มทํา Ultherapy ตั้งแต่วัยที่เหมาะสม

สรุป 4 ข้อดีของ Ulthera: หน้ายกกระชับเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องพักฟื้น ผลลัพธ์อยู่นาน และประหยัดงบในระยะยาว

การไม่ปล่อยให้ปัญหาลุกลามจนเกินเยียวยามีข้อดีหลายประการ

ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ :  Ultherapy ช่วยให้หน้ายกกระชับโดยไม่ดูแข็งทื่อ หน้ายังแสดงอารมณ์ได้ปกติ

ไม่ต้องพักฟื้น: ทําเสร็จสามารถไปทํางานหรือไปงานต่อได้ทันที ไม่มีแผล

ประหยัดงบในระยะยาว: การรักษาสภาพผิวไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ใช้จํานวนการรักษา (Line) น้อยกว่าการมารักษาเมื่อผิวเสียไปมากแล้ว

● ผลลัพธ์อยู่ได้นาน: การทําเพียงครั้งเดียว ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน 1 – 1.5 ปี (ขึ้นอยู่กับการ ดูแลตัวเอง)

5. ทํา Ultherapy เจ็บไหม? เตรียมตัวอย่างไรดี?

ความเชื่อที่ว่า “ยิ่งเจ็บยิ่งสวย” อาจจะมีส่วนจริงอยู่บ้างสําหรับการทํา Ultherapy เพราะพลังงานต้องลงลึกถึงชั้น SMAS แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาเทคนิคใหม่ๆ และการใช้ยาชาช่วยให้ความรู้สึกขณะทําอยู่ในระดับที่ทนได้

  • ก่อนทํา: ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินจํานวน Line ที่เหมาะสม และแจ้งประวัติการทําหัตถการอื่นๆ
  • หลังทํา: อาจมีความรู้สึกตึงๆ ใต้ผิวหรือบวมเล็กน้อยในบางราย ซึ่งจะหายไปเองภายใน 1-2 สัปดาห์

สรุป

สรุปสั้นๆ คือ “อายุ 25 ปีขึ้นไป” สามารถเริ่มปรึกษาแพทย์ได้แล้วค่ะ

หากคุณต้องการป้องกันความร่วงโรย แต่ถ้าจะให้เห็นผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด ช่วงอายุ 30-40 ปี คือช่วงที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการใช้ Ultherapy เป็นอาวุธลับช่วยล็อกอายุผิว การลงทุนกับผิวพรรณเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดอย่างหนึ่ง

เพราะ “ผิวดี” คือพื้นฐานของความมั่นใจ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยไหน

การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดคือก้าวแรกที่สําคัญที่สุดค่ะ

ปรึกษาคุณหมอ และรับสิทธิพิเศษก่อนใคร

สอบถามโทร 087-528-2442