ผิวที่ดูโทรมไม่ได้เกิดจาก “วอลลุ่มหาย” อย่างเดียว หลายคนหน้าไม่ได้ตอบ แต่ผิวกลับบางลง เห็นริ้วรอยเล็ก ๆ ใต้ตา ผิวแห้งขาดความยืดหยุ่น แต่งหน้าแล้วไม่เรียบ ปัญหาแบบนี้การเติมฟิลเลอร์มักไม่ใช่คำตอบ เพราะสิ่งที่ผิวขาดคือ “คุณภาพของโครงสร้างผิว” ไม่ใช่ปริมาตร นี่คือที่มาของหัตถการกลุ่มใหม่ที่เรียกว่า Bio-Restorative Injectable Collagen

Bio-Restorative Injectable Collagen คือกลุ่มหัตถการในหมวด Regenerative Aesthetics (เวชศาสตร์ความงามเชิงฟื้นฟู) ที่ใช้การฉีดคอลลาเจนเข้าสู่ผิวชั้น เดอร์มิส (Dermis) โดยตรง เพื่อทำหน้าที่ 2 อย่างพร้อมกัน
① เสริมโครงร่างผิว (Scaffold) คอลลาเจนที่ฉีดเข้าไปช่วยพยุงโครงสร้างผิวชั้นเดอร์มิสที่บางลงตามวัย ทำให้ผิวดูแน่นและเรียบขึ้น | ② เป็น “สารตั้งต้น” ปลุกไฟโบรบลาสต์ ส่งสัญญาณให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) กลับมาสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติของร่างกายอีกครั้ง |
จุดสำคัญคือ หัตถการนี้ ไม่ได้มุ่งเติมเต็มปริมาตรหรือเปลี่ยนรูปหน้า แบบฟิลเลอร์ดั้งเดิม แต่เน้นปรับ “เนื้อผิว” ให้กลับมาแข็งแรง เหมาะกับคนที่อยากให้ผิวดูดีขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ ไม่อยากให้หน้าดูอิ่มหรือเปลี่ยนสัดส่วน
ปัจจุบันแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลักตามแหล่งที่มาของคอลลาเจน
เป็นคอลลาเจนที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) โดยออกแบบให้ลำดับกรดอะมิโนใกล้เคียงกับ คอลลาเจนชนิดที่ 1 (Type I Collagen) ในผิวมนุษย์ ซึ่งเป็นคอลลาเจนหลักของชั้นเดอร์มิส
จุดเด่น: ความเข้ากันได้กับร่างกายสูง (High Biocompatibility) โอกาสเกิดปฏิกิริยาแพ้ต่ำ ไม่ได้มาจากสัตว์ กลไก: ทำหน้าที่เป็นโครงร่างและส่งสัญญาณกระตุ้นการซ่อมแซมผิวโดยตรง โดยไม่ต้องอาศัยการกระตุ้นผ่านกระบวนการอักเสบเป็นหลัก ตัวอย่างผลิตภัณฑ์: KARISMA Rh Collagen® จากประเทศอิตาลี ผู้ผลิตระบุว่ามีความใกล้เคียงคอลลาเจนมนุษย์ถึง 99.9% และผสมกับไฮยาลูโรนิกโมเลกุลใหญ่ (High Molecular Weight HA) ที่ช่วยอุ้มน้ำ รวมถึง CMC (Carboxymethylcellulose) ที่ช่วยชะลอการสลายตัว ทำให้ผิวดูชุ่มชื้นอิ่มฟูได้ตั้งแต่ช่วงแรก |
เป็นคอลลาเจนที่สกัดจากแหล่งธรรมชาติ ส่วนใหญ่มาจากผิวหนังสัตว์ เช่น หมู แล้วนำมาผ่านกระบวนการเอนไซม์เพื่อ ตัดส่วนปลายของโมเลกุล (Telopeptide) ซึ่งเป็นส่วนหลักที่กระตุ้นให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน จึงได้คอลลาเจนที่บริสุทธิ์และลดโอกาสการแพ้ลง
เหมาะกับ: จุดที่ต้องการความละเอียดสูง เช่น ริ้วเล็ก ๆ รอบดวงตาที่โบท็อกซ์เก็บได้ไม่หมด ริ้วรอยนิ่ง (Static Lines) และผิวใต้ตาที่บาง |
หลายคนสับสนระหว่าง “ฉีดคอลลาเจน” กับ “สารกระตุ้นคอลลาเจน” เช่น Sculptra หรือ Radiesse ซึ่งทำงานต่างกันชัดเจน
| หัวข้อ | Injectable Collagen (เช่น Karisma) | Collagen Biostimulator (เช่น Sculptra, Radiesse) |
| ส่วนประกอบหลัก | Recombinant Collagen หรือ Atelocollagen | โพลีเมอร์หรือแร่ธาตุ เช่น PLLA, CaHA, PCL, PDLLA |
| กลไกหลัก | เติมคอลลาเจนเป็นโครงร่างโดยตรง + ส่งสัญญาณให้ไฟโบรบลาสต์ทำงาน | กระตุ้นผ่านการตอบสนองของเนื้อเยื่อ (Subclinical Inflammation) ให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเอง |
| การเห็นผล | ค่อนข้างเร็ว ผิวดูชุ่มชื้นขึ้นตั้งแต่สัปดาห์แรก ๆ | ค่อยเป็นค่อยไป ประมาณ 4–8 สัปดาห์ |
| ผลต่อวอลลุ่ม | ปรับคุณภาพผิว ไม่เพิ่มสัดส่วนหน้า | ช่วยเติมจุดที่สูญเสียวอลลุ่ม เช่น แก้มตอบ ขมับ |
| ระยะเวลาคงอยู่* | ประมาณ 6–12 เดือน แนะนำทำเป็นคอร์ส | ประมาณ 12–24 เดือน ขึ้นกับชนิดสาร |
*ระยะเวลาเป็นค่าประมาณ ขึ้นกับสภาพผิว อายุ และการตอบสนองของแต่ละบุคคล
ในทางปฏิบัติ แพทย์อาจเลือกใช้ทั้งสองกลุ่มร่วมกัน เช่น ใช้ Biostimulator แก้ปัญหาวอลลุ่ม แล้วใช้ Injectable Collagen ปรับเนื้อผิว ขึ้นอยู่กับการประเมินใบหน้าเป็นรายบุคคล
| ✔ ผิวบาง ขาดความยืดหยุ่น โดยเฉพาะใต้ตา ลำคอ เนินอก และหลังมือ |
| ✔ มีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือริ้วรอยนิ่งที่โบท็อกซ์เก็บไม่หมด |
| ✔ ผิวแห้ง หมองคล้ำ แต่งหน้าไม่เรียบ อยากได้ผิวฉ่ำสุขภาพดี |
| ✔ ต้องการผิวดีขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ ไม่อยากให้หน้าดูอิ่มหรือเปลี่ยนรูป |
| ✔ ต้องการดูแลผิวต่อเนื่องร่วมกับหัตถการอื่น เช่น เลเซอร์ หรือเครื่องยกกระชับ |
โดยทั่วไปมักเริ่มต้นด้วยการฉีด 2 ครั้ง ห่างกันประมาณ 4 สัปดาห์ จากนั้นทำซ้ำเพื่อคงผลทุก 4–6 เดือนตามคำแนะนำของแพทย์ จำนวนครั้งและปริมาณที่ใช้จะแตกต่างกันตามสภาพผิวและบริเวณที่ทำ
ข้อควรรู้ก่อนทำ ควรแจ้งแพทย์หากมีประวัติแพ้ส่วนประกอบของสารฉีด กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีโรคภูมิคุ้มกัน มีการอักเสบหรือติดเชื้อบริเวณที่จะฉีด หรือเพิ่งทำฟิลเลอร์/เลเซอร์ในช่วง 1–2 เดือนที่ผ่านมา หลังฉีดอาจมีรอยเข็ม บวมแดง หรือช้ำเล็กน้อย ซึ่งมักหายได้เองภายในไม่กี่วัน |
📖 อ่านเพิ่มเติม |
Bio-Restorative Injectable Collagen คือแนวทางดูแลผิวที่เปลี่ยนโจทย์จาก “เติมให้เต็ม” เป็น “ฟื้นให้ผิวแข็งแรง” ด้วยการเสริมคอลลาเจนเข้าชั้นเดอร์มิสและปลุกให้ผิวกลับมาสร้างคอลลาเจนเอง เหมาะกับปัญหาผิวบาง ริ้วรอยเล็ก และผิวขาดความชุ่มชื้น โดยไม่เปลี่ยนรูปหน้า อย่างไรก็ตาม การเลือกชนิดสาร จุดที่ฉีด และจำนวนครั้ง ควรผ่านการประเมินโดยแพทย์เป็นรายบุคคล
ปรึกษาแพทย์ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
| LINE @dsclinic | โทร 087-528-2442 |
DSCLINIC สาขาอุดรธานี | สาขาสกลนคร
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือการรักษา ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำหัตถการ
