ตอบทุกความจริงเกี่ยวกับการร้อยไหม

 

ร้อยไหมได้ผลจริงหรือไม่ ?

สำหรับหลายต่อหลายคน ที่มีความสนใจในการที่จะร้อยไหม ต่างก็มีคำถามที่คาใจ หรือมีความสงสัยเกี่ยวกับปัญหาในการร้อยไหม ใจหนึ่งก็อยากที่จะร้อยไหมเพื่อความสวยงามและยกกระชับของใบหน้า แต่ก็กลัวเจ็บ และกลัวในเรื่องของผลกระทบอื่นๆ

ดังนั้นวันนี้หากใครกำลังงง และกำลังสงสัยเกี่ยวกับปัญหาการร้อยไหม เราจะมาชี้แจ้งในเรื่องของคำถาม ในการที่จะร้อยไหมโดยเฉพาะในเรื่องของความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งเรื่องของแผลเป็นพังผืด หรือผลลัพธ์ในการร้อยไหมว่าเป็นอย่างไร สามารถที่จะช่วยยกกระชับสภาพผิวหน้า ได้จริงหรือไม่  และเมื่อร้อยไหมแล้วสามารถอยู่ได้นานมากน้อยขนาดไหนนั้น

ดังนั้นใครก็ตามที่กำลังสงสัย ปัญหาเกี่ยวกับการร้อยไหมอยู่ ไม่ต้องกังวลใจอีกต่อไป เพราะวันนี้แพทย์ประจำปีคลินิกของเรา จะมาให้คำตอบสำหรับทุกปัญหา เกี่ยวกับการร้อยไหม มาฟังการนานาปัญหาของการร้อยไหม จากนพ.สมพงษ์ วงศ์โลหะภัณฑ์ แพทย์ผิวหนังประจำคลินิกของเรา ที่พร้อมจะมาพูดถึงการร้อยไหม และมาซึ่งจะมาเล่าทุกความจริง เกี่ยวกับการร้อยไหม ทำให้สาวๆคลายความกังวลในการร้อยไหม อย่างแน่นอน

 

การร้อยไหมคืออะไร ?

โดยทั่วไปความหมายของการร้อยไหม ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจกันก็คือ การร้อยไหมละลายเพื่อหวังผลในการยกกระชับ แต่ในตลอด 5 – 6 ปีที่ผ่านมา การร้อยไหมในประเทศไทยของเรา จะเป็นการร้อยไหมละลายเส้นสั้นๆ เข้าไปอยู่ภายใต้ผิวหนัง สุดท้ายแล้วทำให้เกิดอาการบวมแบบชั่วคราว ซึ่งไหมละลายแบบนั้นส่วนใหญ่ จะเป็นเส้นใหม่ที่มีอายุประมาณ 6 เดือนซึ่งจากการวิจัยทางการแพทย์ที่ผ่านมา ด้วยเทคนิคในการร้อยไหมละลายเข้าไปหลายๆเส้นบนใบหน้า ไม่ทำให้เกิดการยกกระชับได้จริงๆ และผลข้างเคียงการร้อยไหมโดยการใช้ไหมเส้นสั้นๆ เป็น400 – 500 เส้น อาจทำให้เกิดเนื้อเยื่อแผลเป็นหรือรอยพังผืดอยู่บนใบหน้าได้

ดังนั้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ จะมีไหมอิตาลี Definisse นำเข้ามามีประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา(อ.ย.) จากประเทศไทยว่าได้ผล ในการยกกระชับใบหน้า การร้อยไหมกลุ่มนี้ในปริมาณที่ไม่เยอะ และลักษณะไหมจะเป็นเส้นยาวๆ เพื่อให้เกิดการยกกระชับได้  ไหมชนิดนี้มีลักษณะเป็นเส้นยาว จะมีแรงในการยึดและในการดึงมาก และสามารถกระตุ้นการสร้างผิวของเรา ให้สร้างคอลลาเจนในระหว่างที่ร้อยไหมด้วย

ดังนั้นผลที่เกิดจากการใช้ไหมในกลุ่มนี้ ในช่วงระยะแรกแรก ไม่เกิน2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน จะเกิดแรงยกกระชับจากแรงดึงของไหมเอง และหลังจาก 1 เดือน 3 เดือนไปจนถึง 6 เดือน ก็สามารถที่จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนของตัวผิวของเราเองด้วย ทำให้เกิดการยกกระชับขึ้นในเวลาต่อมาได้ อันนี้เป็นกลุ่มไหมที่กำลังได้รับความนิยมมากในปัจจุบันนี้

 

การร้อยไหมปลอดภัยหรือไม่ ?

จริงๆแล้วการร้อยไหมนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเราว่าใช้ไหมชนิดใด การใช้ไหมบางอย่าง อย่างเช่น พวกกลุ่มที่เป็นไหมทองคำพวกนี้ อาจจะเกิดปัญหาขึ้นมา เวลาที่คนไข้จะต้องมีการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ดังนั้นในอนาคตจะไม่สามารถใช้เครื่องมือ ที่เกิดความร้อนมากๆบริเวณใบหน้าได้ ซึ่งไหมที่ผ่าน อ.ย.ในประเทศไทย ณ ปัจจุบันนี้ไม่ใช่แบบนั้น ไม้กลุ่มนี้สามารถทำได้ โดยที่ตามเส้นไหมที่นำมาใช้นั้น จะมีลักษณะเป็นจริงๆเป็นเงี่ยง มีคุณสมบัติที่ช่วยในการดึงผิวหน้าขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้จะมีสารบางอย่างที่มีคุณสมบัติพิเศษ ที่สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ของผิวของตัวเราเองในระหว่างที่ไหมค่อยๆสลายไป

ดังนั้นสำหรับคนไข้ที่สนใจ ที่จะเลือกมาใช้บริการการร้อยไหม ควรที่จะต้องพิจารณาก่อนว่าตัวไหม ที่ เป็นไหมที่จะใช้นั้น ได้รับการรับรองหรือไม่ว่า จะสามารถยกกระชับได้จริงไหม เพราะไหมส่วนใหญ่ที่นำมาใช้นั้น ในอดีตเมื่อ 5 – 6 ที่ผ่านมา ที่เป็นที่นิยมกันเป็นแค่ไหมสั้นๆสั้น และผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาเพื่อการเย็บแผล ไม่มีผลในการยกกระชับแบบที่กล่าวอ้าง

ดังนั้นอันนี้จึงเป็นที่สาวๆทุกคนที่อยากจะร้อยไหม เพื่อยกกระชับหน้าควรที่จะต้องทำการบ้าน ก่อนที่จะมารับบริการว่า

1.ไหมที่ท่านกำลังจะนำมาใช้กับใบหน้าของตนเองนั้น เป็นไหมที่ผ่านอ.ย.หรือไม่ มีมาตรฐานหรือไม่

2.คุณหมอผู้ให้บริการมีประสบการณ์ และหรือมีความสามารถ ได้รับการฝึกอบรม ในการร้อยไหมมาอย่างถูกต้องหรือไม่

3.สถานที่ที่ทำการร้อยไหม ควรเป็นสถานพยาบาลที่ปลอดภัย เป็นคลินิกจริงๆ หรือรพ.ที่ได้มาตรฐาน

มีทั้ง 3 อย่างนี้ ก็สามารถที่จะ ทำหัตถการร้อยไหมใหม่ได้ อย่างปลอดภัย

 

คนไข้แบบไหนที่เหมาะกับการร้อยไหม?

 

จริงๆแล้วคนไข้ที่เหมาะกับการร้อยไหมก็คือ คนไข้ที่มีผิวหนังหย่อนคล้อยในระดับหนึ่ง และผิวหน้ายังสามารถกระตุ้นการเกิดคอลลาเจนได้ โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะแนะนำให้คนไข้ ที่มีอายุประมาณ 35 ถึง 65ปีขึ้นไปและฉีดได้จนถึงอายุ 60 ถึง 65 ปี

ร้อยไหมแล้วเกิดแผลเป็นเกิดพังผืดใต้ผิวหรือไม่ ?

 

จริงๆแล้วการร้อยไหมด้วยเส้นใหม่สั้นๆ เป็น 400 ถึง 500 เส้นซึ่งกรณีนี้ สามารถทำให้เกิดเนื้อเยื่อแผลเป็นและพังผืดใต้ใบหน้าได้ แต่จากนวัตกรรมการร้อยไหมในแบบใหม่ เพื่อทำการยกกระชับหน้าจริงๆ ที่ผ่านการรับรองจาก อ.ย.ของประเทศไทย กรณีนี้เนื่องจากไหมจะเป็นเส้นยาวเพียงแค่ไม่กี่เส้น เพราะฉะนั้นการเกิดคอลลาเจนจขะเกิดโดยรอบ จะเกิดตามแทรคโดยรอบ ตามบริเวณที่เราต้องตั้งใจให้เกิดการยกขึ้น ฉะนั้นเนื้อเยื่อของพังผืดและแผลเป็น ไม่ได้เกิดเต็มทั่วไปบนใบหน้า ดังนั้นการยกกระชับที่เกิดขึ้น ก็จะเป็นตำแหน่งที่เหมาะสมแก่การยกกระชับใบหน้า เรื่องของการแผลเป็นหรือว่าเกิดพังผืดนั้นไม่มีแน่นอน

 

ไหมอิตาลี หรือ ไหม Defininisse แตกต่างจากไหมอื่นๆอย่างไร 

 

ร้อยไหมอิตาลี จะมีลักษณะที่เฉพาะตัวของตัวไหมแตกต่างจากไหมอันอื่นๆ ดังนี้

1. ไหมอิตาลีมีคุณสมบัติ แข็งแรง ยืดหยุ่นและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดีกว่าไหมอื่นๆ ในท้องตลาด

เพราะร้อยไหมอิตาลี มีความแตกต่างในเรื่องของวัสดุที่ผลิตไหม ที่ออกแบบเป็นพิเศษคือ เป็น PCL และ PLLA ผสมกัน

ซึ่ง PCL จะเด่นในเรื่องอยู่ได้นาน 18-24 เดือน ซึ่งสูงสุดในไหมละลาย ยกกระชับ และข้อดีอีกข้อของ PCL คือมีความยืดหยุ่นดีไม่เปราะหักง่าย

ส่วน PLLA มีข้อดีในเรื่องของการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี

ไหมอิตาลี เป็น PLLA และ PCL ผสมกัน เมื่อนำสองอันนี้มารวมกันในอัตราส่วนเฉพาะ จึงทำให้คุณสมบัติของไหม ได้ทั้งเรื่อง ความแข็งแรงของไหม ระยะเวลาที่นานและการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่มากค่ะ

2.ผ่านการรับรองทั้งประเทศแถบยุโรปและเอเซีย

ปัจจุบันไหมที่มีอยู่ในเมืองไทย มีไหมอิตาลี Definissse ผ่านการรับรองจากอย.ไทยและอีกหลายๆประเทศทั่วโลก ที่ผ่านอย.รับรองด้านการยกกระชับใบหน้า

 

3.ผลลัพธ์การยกกระชับ เห็นผลยกกระชับนาน 18 เดือน

แตกต่างจาก ไหมทั่วไปที่จะยกดีมากสุดในช่วงแรกเท่านั้น เพราะไหมอิตาลีมีการออกแบบของเหงี่ยงเป็นลักษณะหันเข้าหากัน คือเป็น Bidirectional Convergent Barb ซึ่งเมื่ออยู่ในใบหน้าของเรา จะสามารถยึดติดกับผิวได้ดีขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงสามเดือน จึงทำให้ใบหน้ายกกระชับมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยผลการรักษาประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ ผิวหน้าจะดูตึงยกกระชับ ซึ่งตำแหน่งที่คนจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า มีการยกกระชับก็คือใต้เหนียง บริเวณตรงนี้ก็จะมีการยกขึ้นไปอย่างชัดเจน มีบริเวณกรอบหน้าที่จะเห็นชัดขึ้นด้วย คนไข้บางคนเท่านั้นอาจจะเห็นว่าบริเวณร่องแก้มตื้นขึ้นได้ ซึ่งกรณีนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแพทย์แต่ละคน ที่ทำการร้อยไหม ซึ่งคนไข้สามารถที่จะคุยกับคุณหมอหรือแจ้งความจำนงได้ว่า อยากจะได้การรักษาในการร้อยไหมบริเวณจุดใดเป็นพิเศษบ้าง

หลังจากนั้นอย่างที่บอกไปแล้วคือ การดึงด้วยแรงของไหม จะเห็นเด่นชัดประมาณสัก 1 เดือน ผิวหน้าจะดูตึงกระชับมากยิ่งขึ้น จากแรงดึงของไหม พอหลังจากนั้นประมาณ 2 ถึง 3 เดือน จะเห็นได้ว่าไหมเริ่มละลาย เริ่มเห็นว่ามีการดรอป หมายความว่าหน้าไม่ได้ดูดีเท่า 1 เดือน แต่ระยะนี้จะเป็นระยะ ที่เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอิลาสติน ใต้ผิวหนัง คนไข้จะรู้สึกถึงใบหน้าที่ดีขึ้น หน้าใสขึ้น โดยในช่วง 6 เดือนหลังร้อยไหม ผิวหน้าจะยกกระชับขึ้น จากคอลาเจนที่สร้างใต้ผิวหนังตามธรรมชาติ

 

ไหมอิตาลี

ข้อควรระวังก่อนการร้อยไหมอิตาลี ?

เนื่องจากการใช้ไหมลักษณะนี้ เพื่อการยกกระชับ ต้องมีการเจาะรูบริเวณผิวหนัง เพราะฉะนั้นถ้าหากคุณมีการติดเชื้อบริเวณผิวหน้าอยู่แล้ว ก็ไม่ควรที่จะมีการเจาะรูเพิ่มขึ้น เพราะมิฉะนั้นอาจจะเกิดการติดเชื้อราบริเวณใบหน้าเพิ่มมากยิ่งขึ้นได้ หรือถ้าเราเป็นผู้ที่มีภาวะเลือดออกได้ง่าย และมีภาวะเลือดออกแล้วหยุดยาก ก็ยังไม่ควรที่จะร้อยไหม เพราะการที่ร้อยไหมลงใบใบหน้า จะมีการแทงลงไปอาจจะทำให้เกิดรอยช้ำ อยู่เป็นเวลานานซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ อาจจะช้ำอยู่ประมาณสักประมาณ 7 วันไม่เกิน 14 วัน และสำหรับคนที่มีภาวะเกิดแผลเป็นได้ง่าย บ่อยๆ จะต้องมีการระวังด้วย เพราะอาจจะเกิดเป็นจุดอาจจะแผลหรือรอยจากเข็มได้ จากบริเวณตำแหน่งที่ร้อยไหม

ร้อยไหมอิตาลี

 

 

 

Call Now Buttonสอบถามโทร 087-528-2442