
เซลล์บำบัดคืออะไร
แนวคิดของการทำเซลล์บำบัดก็คือ การฟื้นฟูเซลล์ให้กลับมาแข็งแรง มีคุณภาพดีอีกครั้ง ประกอบด้วยการขับของเสีย หรือขับสารพิษออกจากเซลล์ การเติมสารอาหารที่เซลล์ต้องการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเซลล์ จนถึงการซ่อมเซลล์ เพิ่มเซลล์ใหม่ๆ เซลล์บำบัดนับได้ว่าเป็นการบำบัดรักษา ด้วยการฉีดปลูกถ่ายเซลล์ชนิดต่างๆเข้าสู่ร่างกายของเรา เพื่อบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วย คืนสุขภาพที่ดีให้แก่ร่างกาย และที่เซลล์บำบัด (Stem Cell Therapy) นั้นกำลังได้รับความนิยมและพูดถึงกันเป็นจำนวนมาก เนื่องมาจากว่า เซลล์บำบัด นำมาใช้ในวงการความสวยความงามนั้นเองดังนั้นเมื่อนำมาใช้ในวงการของความสวยความงามนั้นจึงสามารถที่จะคืนความอ่อนเยาว์ ให้แก่ผิวพรรณของคุณทำให้กลับมา เป็นหนุ่มสาวอีกครั้งและยังคงสภาพความอ่อนเยาว์นั้น ให้อยู่กับเราไปอย่างยาวนาน เรียกง่ายๆว่าการเข้ามาใช้เซลล์บำบัด เป็นการบล็อกความอ่อนเยาว์ให้อยู่กับเราไปได้อย่างยาวนาน อีกด้วย โดยการเจริญพัฒนาไปเป็นเซลล์เป้าหมาย
บทบาทสำคัญของเซลล์บำบัด
- การเจริญพัฒนาไปเป็นเซลล์เป้าหมาย
- การเดินทางของสเต็มเซลล์กลับไปยังไขกระดูก หรือที่เรียกว่า Homing
- การปรับสมดุลในระบบภูมิคุ้มกัน
- การหลังสารเคมีต่างๆที่จำเป็นต่อการสื่อสารของเซลล์
ทำไมต้องใช้วิธีการเซลล์บำบัด
แม้ว่าจะมีวิธีการในการรักษาความอ่อนเยาว์ เอาไว้ให้กับคุณไปได้อย่างยาวนาน มากมายหลากหลายวิธี แต่วิธีการในการรักษาความอ่อนเยาว์ โดยใช้เซลล์บำบัดนั้นกลับได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยหากเรียนรู้และทำความเข้าใจ และใช้เซลล์บำบัดเข้ามาในการรักษาโรคบางชนิด เช่น การใช้เพื่อรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบประสาท โรคทางไขกระดูก โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคเบาหวาน โรคทางตาและโรคกระดูก ก็จะทำให้เราสามารถที่จะคงความอ่อนเยาว์ ไว้ได้อย่างยาวนานโดยการรักษาทั่วไป มักที่จะใช้ยาสารเคมี การใช้รังสีรวมถึงการผ่าตัด เพื่อระงับอาการของโรคที่เกิดขึ้น แต่เมื่อยาหรือสารที่ใช้ในการ รักษาหมดฤทธิ์อาการต่างๆที่เคยเกิดขึ้น ก็จะกลับมาเป็นได้ใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ในบางรายก็จะต้องกินยาไปตลอดชีวิต เพื่อระงับและควบคุมอาการของโรคดังกล่าว และมีแนวโน้มว่าการรักษาด้วยวิธีการในการกินยา ก็จะมีแนวโน้มที่จะต้องได้รับยา ที่มีขนาดเพิ่มขึ้นมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆในทางตรงกันข้ามหากเราเปลี่ยนมาใช้วิธีการ ในการรักษาโดยการใช้เซลล์บำบัด ก็จะมีผลดีต่อร่างกายในระยะยาวมากยิ่งกว่า โดยเป็นการรักษาที่ต้นเหตุของโรค โดยใช้วิธีการกระตุ้นการรักษาและฟื้นฟูตัวเอง ของเซลล์ในร่างกาย เราจึงทำให้สุขภาพร่างกายของเรา โดยรวมสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นโดยหลักการ ในการรักษาแบบเซลล์บำบัดที่สำคัญมี 2 ประการคือเซลล์ต้นกำเนิดหรือ Progenitor จะเปลี่ยนไปเป็นเซลล์ชนิด ที่สามารถแทนที่เนื้อเยื่อหรือเซลล์ที่เสียหาย โดยจะอาจเปลี่ยนแปลงเซลล์ก่อนในห้องปฏิบัติการ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเซลล์ เดินทางไปถึงบริเวณเป้าหมาย และเข้าไปแทนที่เนื้อเยื่อที่เสียหาย จึงเป็นการช่วยปรับและฟื้นฟูการทำงาน ของเนื้อเยื่อดังกล่าว
เซลล์ที่ใช้ในการปลูกถ่าย จะมีชีวิตอยู่ในช่วงสั้นๆแต่มีความสามารถ ในการปล่อยสารชีวโมเลกุลต่างๆ ซึ่งละลายน้ำได้เช่น growth factor ซึ่งสารชีวโมเลกุลเหล่านี้ จะไปกระตุ้นเนื้อเยื่อหรืออวัยวะ ที่เสียหายเกิดจากการซ่อมแซมตัวเอง
การฉีดสเต็มเซลล์ให้ประโยชน์กับร่างกายอย่างไรบ้าง
โดยในเวชศาสตร์ชะลอวัย การฉีดสเต็มเซลล์ให้ประโยชน์กับร่างกาย มากมายหลากหลายอย่างเช่น- ทำให้มีพลังมากขึ้น
- ทำให้หลับสบาย
- ทำให้ตื่นตัว
- สามารถปรับสมดุลในร่างกายให้ดีขึ้นห้า
- ลดอาการติดเชื้อ
- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของข้อต่อต่างๆในร่างกาย
- ทำให้อารมณ์คงที่
- ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนต่างๆในร่างกาย
- ใช้ในการรักษาและฟื้นฟูโรคต่าง ตามแหล่งของเซลล์ต้นกำเนิดที่แตกต่างกัน
- ใช้ในการฟื้นฟูความเสื่อม ซ่อมแซมและฟื้นฟูผิวเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ
- ช่วยในเรื่องของผิวพรรณ และความงาม
- ใช้ในการทดลองเพื่อตรวจสอบ ประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยา
- เพิ่มความแข็งแรงให้กับผิวหนังชั้นหนังแท้
- ช่วยกระตุ้นการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระ
- เพิ่มเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นและไม่หยาบกระด้าง
ขั้นตอนการทำงานของสเต็มเซลล์
ระยะการทำงานและผลของการทำเซลล์บำบัด จะขึ้นอยู่กับปัจจัยในหลายๆด้าน โดยเฉพาะทางด้านสุขภาพของแต่ละบุคคลเป็นหลัก โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเซลล์บำบัด ได้แบ่งระยะของการทำงานของเซลล์เป็น 3 ระยะดังต่อไปนี้คือระยะขั้นที่1 หลังจากการทำเซลล์บำบัดทันที ส่วนประกอบของร่างของเซลล์ จะถูกดูดซึมและส่งต่อไปยังกระแสเลือด ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำเซลล์บำบัด จะเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุง การทำงานของร่างกายทำให้ สุขภาพดีและมีชีวิตชีวามากขึ้น ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับ ลักษณะของแต่ละบุคคลได้ด้วยระยะขั้นที่ 2 โดยระยะนี้จะเป็นระยะประมาณ 2 สัปดาห์ หลังจากการทำเซลล์บำบัด จะเป็นระยะของการแยกแยะกลุ่มเซลล์ โดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย จะมีการปรับตัวซึ่งระยะนี้ส่งผลทำให้บางคน มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่ายและมีอารมณ์ไม่คงที่ เป็นครั้งคราวระยะขั้นที่ 3 จะเป็นระยะของการเกิดของเซลล์ใหม่ ซึ่งจะเกิดขึ้นในระหว่างสัปดาห์ที่ 3 และสัปดาห์ที่ 4 และต่อเนื่องไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึง 4 ถึง 6 เดือน โดยระยะนี้จะเกิดการสร้างเซลล์ใหม่ และซ่อมแซมเซลล์ทำให้อวัยวะในร่างกาย ได้รับการกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมตัวเอง ส่งผลให้สุขภาพโดยรวมแข็งแรมากยางขึ้น และระบบไหลเวียนโลหิตดี ผิวพรรณดูสดใส โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้มีสุขภาพดี ทำให้เซลล์บำบัดเพื่อจุดประสงค์ ในการฟื้นฟูบำรุงสุขภาพนั้น จะทำให้หน้าดูอ่อนเยาว์และมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ระยะนี้จึงมองเห็นผลได้อย่างชัดเจน มากกว่าระยะอื่นๆเซลล์บำบัดมีประโยชน์อย่างไร
เซลล์บำบัดมีประโยชน์กับภาวะใดบ้าง- ภาวการณ์แก่ก่อนวัย แล้วใช้เซลล์บำบัดเพื่อชะลอวัยซึ่งใช้เป็นปกติ
- โรคหัวใจ
- โรคเกี่ยวกับปอด
- โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง
- ภาวะสมองขาดเลือดไปเลี้ยง เนื่องจากหลอดเลือดตีบอุดตันหรือแตก
- โรคตับ
- โรคไต
- โรคถุงลมโป่งพอง
- โรคพังผืดที่ปอด
- การบาดเจ็บของกระดูกสันหลัง
- โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์และโรคข้อเสื่อม
- การใช้เซลล์บำบัดเพื่อความงาม
รักษาโรคและภาวะที่เกิดจากการเสื่อมของเซลล์
ร่างกายของเรามีจุดกำเนิดมาจาก เซลล์เริ่มต้นเพียงหนึ่งเซลล์และเจริญเติบโต เพิ่มจำนวนขึ้นจนกลายเป็นเซลล์นับ 1,000,000 เซลล์ และสร้างเป็นอวัยวะต่างๆโดยเซลล์ สามารถเพิ่มจำนวนและเสื่อมสลายไป และก่อตัวขึ้นใหม่ได้เองตามธรรมชาติโดยปัจจัยต่างๆทั้งรูปแบบการใช้ชีวิต การรับประทานอาหาร การใช้ยา รวมถึงอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้เซลล์เสื่อมสภาพลงและทำงานผิดปกติ โดยส่งผลกับระบบอวัยวะต่างๆจนกลายเป็นที่มาของโรค และความผิดปกติต่างๆของร่างกายในที่สุด ซึ่งปัจจัยส่วนมากล้วนมาจากพฤติกรรม การละเลยและขาดการเอาใจใส่ ต่อสุขภาพของเราเป็นหลัก ขั้นตอนการรักษาด้วยเซลล์บำบัด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ควรมีเวลาอย่างน้อย 2 ถึง 4 สัปดาห์ ในการตรวจสุขภาพและวินิจฉัย ภาวะความสมบูรณ์ของร่างกาย ก่อนทำการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะนำผล การวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติ การมาวางแผนในการทำเซลล์บำบัด ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล รวมถึงการให้คำแนะนำในการดูแล เรื่องสรีระร่างกายเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ ในการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด หลังจากนั้นจะเข้าสู่การเตรียมความพร้อมของร่างกาย ก่อนทำการรักษา เช่น การล้างพิษเพื่อปรับภูมิ หรือการทำคีเลชั่นซึ่งเป็นการ ล้างพิษในเส้น เลือดการล้างพิษในทางเดินอาหาร หรือการล้างลำไส้และการล้างพิษตับ ด้วยการให้วิตามินกระตุ้น ในให้ตับขับพิษออกมานอกจากนี้ยังมีการเติมวิตามินซี เพื่อสร้างสารแอนติออกซิแดนท์ ซึ่งเป็นการให้สารอาหารที่สำคัญระดับเซลล์คำแนะนำในการดูแลสุขภาพก่อนทำเซลล์บำบัด
- 7 สัปดาห์ก่อนทำเซลล์บำบัด ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 5 ถึง 6 แก้ว
- รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตามที่แพทย์แนะนำอย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนทำเซลล์บำบัด
- งดรับประทานยาที่ไม่ได้สั่งจากแพทย์อย่างน้อย 7 วันก่อนทำเซลล์บำบัด
- งดรับประทานยาที่มีผล ต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อยเจ็ดวันก่อนทำเซลล์บำบัด เช่น แอสไพลิน
คำแนะนำในการดูแลสุขภาพหลังการทำเซลล์บำบัด
- ในวันที่ทำเสร็จ ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้สบาย
- สามารถอาบน้ำก่อนหรือหลังทำการเซลล์บำบัด เพื่อทำให้ร่างกายและจิตใจได้ผ่อนคลาย
- พักผ่อนอิริยาบถใน 24 โมง 24 ชั่วโมงแรก หลังการทำเซลล์บำบัด
- รับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ การรสไม่จัด ย่อยง่าย อย่างน้อย 1 เดือน
- รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตามที่แพทย์แนะนำอย่างน้อย 1 เดือน
- หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และคาเฟอีนในปริมาณสูง แต่สามารถบริโภคเครื่องดื่ม ประเภทแอลกอฮอล์ ชาหรือกาแฟได้ในปริมาณเล็กน้อย หลังอาหารต้องการอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- งดสูบบุหรี่หรือซิการ์ อย่างน้อย 2 สัปดาห์หรือเท่าที่สามารถลดได้
- งดการตากแดด จะเป็นเวลานานๆอย่างต่อเนื่อง หรือการอาบแดดอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- งดกิจกรรมหรือการออกกำลังกายอย่างหนัก ที่ทำให้อุณหภูมิร่างกาย เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1 สัปดาห์
- งดรับวัคซีนหรือยาปฏิชีวนะ ยกเว้นกรณีมีเหตุจำเป็น 1 เดือน หลังจากการทำเซลล์บำบัด
- งดการถ่ายเอกซเรย์ ยกเว้นกรณีมีเหตุจำเป็น 1 เดือนหลังจากการทำเซลล์บำบัด

stem cell in aesthetics
ดูแลโดยแพทย์
นพ.สมพงษ์ วงศ์โลหะภัณฑ์ เลขที่ใบอนุญาต ว.30071
พญ.ดาวใจ ตรันเจริญรุ่งเรือง เลขที่ใบอนุญาต ว.31840
ดูแลผู้รับบริการด้านผิวหนังและความงามตั้งแต่ปี 2008 (กว่า 18 ปี) · DS Clinic อุดรธานี - สกลนคร · ทำความรู้จักแพทย์


