ในยุคที่นวัตกรรมการดูแลผิวรุดหน้าไปไกล Ulthera (อัลเทอร่า) คือชื่อที่ถูกยกให้เป็น “Gold Standard” หรือมาตรฐานสูงสุดของการยกกระชับผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่คำถามที่ตามมาเสมอคือ “ทำไม Ultherapy ถึงราคาสูง?” และ “ทำไมถึงต่างจาก HIFU ทั่วไปหลักพันบาท?”
บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบว่า ภายใต้ราคาที่ดูเหมือนจะสูงนั้น มีเทคโนโลยีและความคุ้มค่าอะไรซ่อนอยู่ เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ว่าการลงทุนครั้งนี้ “คุ้มค่า” สำหรับผิวของคุณหรือไม่
1. เทคโนโลยี MFU-V และหน้าจอ Real-Time Visualization
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Ultherapy แตกต่างจากเครื่องยกกระชับอื่นๆ คือเทคโนโลยี Micro-Focused Ultrasound with Visualization (MFU-V)
- เห็นจริง ยิงแม่น: Ultherapy เป็นเครื่องเดียวที่มีหน้าจอแสดงผลชั้นผิวแบบ Real-time แพทย์สามารถมองเห็นชั้นผิวหนังแต่ละเลเยอร์ได้ลึกถึงชั้น SMAS (ชั้นที่ใช้ในการผ่าตัดดึงหน้า)
- ความปลอดภัยสูงสุด: เมื่อเห็นโครงสร้างผิวผ่านหน้าจอ แพทย์จะสามารถเลี่ยงการยิงโดนกระดูกหรือเส้นประสาท และส่งพลังงานลงไปในจุดที่ต้องการเป๊ะๆ ซึ่งเครื่อง HIFU ทั่วไปส่วนใหญ่จะไม่มีหน้าจอนี้ ทำให้เป็นการ “ยิงแบบสุ่ม” (Blind Treatment)
2. มาตรฐานการรับรองระดับโลก (US FDA Cleared)
Ultherapy ไม่ได้เป็นแค่เครื่องนวดหน้าธรรมดา แต่ได้รับการรับรองจาก US FDA (องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา) ว่าสามารถ “ยกกระชับ” (Lifting) ได้จริง
ไม่ใช่แค่ทำให้ผิวดูตึงขึ้นชั่วคราว การได้มาซึ่งมาตรฐานนี้ต้องผ่านการวิจัยและทดสอบทางคลินิกอย่างเข้มงวด ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญที่ทำให้เครื่องแท้มีราคาสูงถึงหลักล้านบาท
3. ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานและคุ้มค่าในระยะยาว
หากมองเพียงตัวเลขราคาต่อครั้ง Ultherapy อาจดูแพงกว่า HIFU 3-5 เท่า แต่ถ้าลองคำนวณความคุ้มค่า
Ultherapy: ทำ 1 ครั้ง ผลลัพธ์อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
HIFU ทั่วไป: อาจต้องทำซ้ำทุก 3-6 เดือน เพื่อรักษาผลลัพธ์
เมื่อเทียบเป็นรายปี การทำ Ultherapy เพียงปีละครั้งให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและประหยัดเวลากว่ามาก
Lorem ipsum dolor sit amet...
หัวยิงของ Ultherapy มีจำนวน Shot (Line) ที่จำกัด และแต่ละหัวมีราคาสูงมากจากบริษัทผู้ผลิต (Merz Aesthetics)
คลินิกที่ใช้เครื่องแท้จึงมีต้นทุนต่อไลน์ที่แน่นอน หากคุณเจอโปรโมชั่น “Ultherapy ไม่จำกัดช็อต” ในราคาถูกผิดปกติ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นเครื่องปลอม ซึ่งเสี่ยงต่อผิวไหม้หรือใบหน้าเสียรูปได้
ตารางเปรียบเทียบ: Ultherapy vs HIFU ต่างกันอย่างไร?
ปัจจัยที่กำหนดราคา Ultherapy ในปี 2026
ราคาของ Ultherapy ในตลาดปัจจุบันมักจะเริ่มต้นที่ประมาณ 20,000 – 100,000+ บาท ขึ้นอยู่กับปัจจัยเหล่านี้
- จำนวน Line (ไลน์) ที่ใช้: ยิ่งปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก หรือต้องการทำหลายบริเวณ (เช่น ทั่วหน้า เหนียง คอ) จำนวนไลน์ที่ใช้ก็จะมากขึ้นตาม
- รุ่นของเครื่อง: ปัจจุบันมีรุ่นใหม่อย่าง Ultherapy Prime ที่ประมวลผลเร็วขึ้น 20% และลดความเจ็บได้ดีกว่ารุ่น SPT เดิม
- ความเชี่ยวชาญของแพทย์: การออกแบบเวกเตอร์ (Vector) ในการยิงมีความสำคัญมาก แพทย์ที่มีประสบการณ์จะรู้วิธีการวางแนวพลังงานเพื่อให้หน้ายกกระชับอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
- ความน่าเชื่อถือของคลินิก: คลินิกที่ได้มาตรฐานและใช้เครื่องแท้จะมีใบเซอร์ติฟิเกตยืนยันจาก Merz Aesthetics
ข้อควรระวัง: อย่าหลงเชื่อ Ultherapy ราคาถูกเกินจริง เพราะความเสี่ยงของเครื่องปลอมคือ “พลังงานไม่คงที่” ซึ่งอาจทำให้หน้าไหม้ (Burn) หรือเส้นประสาทอักเสบได้
สรุป
Ultherapy แพงไหม? หรือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า?
คำตอบขึ้นอยู่กับความคาดหวังของคุณ หากคุณต้องการผลลัพธ์ที่ “ชัดเจน ปลอดภัย และอยู่ได้นาน” การจ่ายเงินให้กับ Ultherapy คือการซื้อความมั่นใจและผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์
ก่อนตัดสินใจทำทุกครั้ง อย่าลืมเช็คชื่อคลินิกผ่านเว็บไซต์ เพื่อตรวจสอบว่าเป็นคลินิกที่ใช้เครื่องแท้จาก Merz Aesthetics หรือไม่ เพราะผิวหน้าของคุณมีเพียงหน้าเดียว… เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองนะคะ
